วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

‘สงครามสุกี้’ ปีนี้ ต้องมี ‘สติ’ มากที่สุด ‘ลัคกี้ สุกี้’ ขอโตแบบมั่นคง กลับมาหยุดเลือด-ทำโปรฯ ให้พอดี

สงครามหม้อสุกี้ยังไม่จบ! แต่ “ลัคกี้ สุกี้” ไม่ขอทำสงครามราคา ผู้บริหาร ชี้ ปีนี้ต้อง “หยุดเลือด” ทำโปรโมชันแบบพอเหมาะพอดี-เผาเงินมากไปสุดท้ายจะเจ็บเอง ส่งโมเดลใหม่ “ลัคกี้ สุกี้ มาร์เช่ แอนด์ ติ่มซำ” ประเดิม “ยูเนี่ยนมอลล์” สาขาแรก เห็นอินไซต์ลูกค้าอยากกินสุกี้คู่ติ่มซำ ปีนี้เปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขา เชื่อตลาดยังไม่อิ่มตัว คนกินบุฟเฟ่ต์มากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจซบ เพราะคุ้มค่า-กำหนดงบได้

ตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา “สุกี้ชาบู” น่าจะเป็นหนึ่งในตลาดที่ฟัดเหวี่ยงกันดุเดือดมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มของ “Budget Suki” หรือตลาดสุกี้ราคาย่อมเยาเข้าถึงง่าย ราคาบุฟเฟ่ต์ไม่เกิน 300 บาท ที่แม้แต่พี่ใหญ่เจ้าตลาดต้นตำรับคอนโดแดงยังขอร่วมวงด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่พร้อมสปีดขยายสาขามากถึงสัปดาห์ละ 1-2 แห่ง 

ท่ามกลางสมรภูมิหม้อต้ม “ลัคกี้ สุกี้” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแสดงสำคัญที่เข้าตลาดมาแล้วเกือบๆ 5 ปี พร้อมกับการเติบโตที่มี “บิ๊กดีล” จากวงการร้านอาหารเข้าถือหุ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถ้านับเฉพาะผู้เล่นหลักๆ ในกลุ่ม Budget Suki จะเห็นว่า อีก 2 เจ้า สู้กันด้วยการอัดโปรโมชัน-ทุบราคาแบบผัดกันรุกรับสุดๆ แต่นั่นไม่ใช่เกมแบบที่ “ลัคกี้ สุกี้” มองหา 

“แอน-รสรินทร์ ติยะวราพรรณ” กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “ลัคกี้ สุกี้” ระบุว่า หลายปีมานี้มีทั้งคู่แข่งหน้าใหม่และหน้าเก่าที่ยังอยู่ในตลาดหลายเจ้า ตลาดสุกี้ชาบูในไทยมีเซกเมนต์ที่ใหญ่มาก แข่งขันดุเดือดมาก มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี

‘สงครามสุกี้’ ปีนี้ ต้องมี ‘สติ’ มากที่สุด ‘ลัคกี้ สุกี้’ ขอโตแบบมั่นคง กลับมาหยุดเลือด-ทำโปรฯ ให้พอดี

จากวันแรกที่ “ลัคกี้ สุกี้” เปิดทำการ ปัจจุบันตลาดสุกี้ชาบูมีมูลค่ากว่า 35,000-40,000 ล้านบาทแล้ว เติบโตด้วยสัดส่วน 5-8% ทุกปี โดยรูปแบบที่โตมากที่สุดหนีไม่พ้น “บุฟเฟ่ต์” เพราะโดดเด่นเรื่องความคุ้มค่า หลากหลาย และยังมีช่องทางเดลิเวอรี่เข้ามาเสริมทัพด้วย

ปัจจุบัน “ลัคกี้ สุกี้” ทั้งเครือมีรวมกันทั้งหมด 58 สาขา แบ่งออกเป็น “ลัคกี้ สุกี้” 33 สาขา “ลัคกี้ บาร์บีคิว” 14 สาขา “ลัคกี้ สุกี้ มาร์เช่” 11 สาขา และล่าสุด “ลัคกี้ สุกี้ มาร์เช่น แอนด์ ติ่มซำ” 1 สาขา รายได้ของบริษัทมีการเติบโตทั้งจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการขยายสาขา-แตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ จากหลักไมล์ 1,015 ล้านบาทในปี 2567 ขยับขึ้นมาเป็น 2,152 ล้านบาทในปี 2568 และมีเป้า “3,500 ล้านบาท” ในปี 2569 ซึ่งหลังจากผ่านมาสองไตรมาส ผู้บริหารบอกว่า ตอนนี้รายได้ครึ่งปีอยู่ที่ 1,500 ล้านบาทแล้ว

สำหรับโมเดลใหม่ “ลัคกี้ สุกี้ มาร์เช่ แอนด์ ติ่มซำ” แอนบอกว่า เหตุผลที่ลงมาเล่นตลาดติ่มซำ เพราะมองเห็นอินไซต์ที่ติ่มซำมีราคาค่อนข้างสูง จึงอยากนำมาให้บริการในร้านด้วยราคาเข้าถึงง่าย โมเดลจะเป็นการนำ “ลัคกี้ สุกี้ มาร์เช่” ที่เลือกได้ทั้งวัตถุดิบและปริมาณตามความต้องการ บวกกับติ่มซำที่มี 50 รายการ ทั้งกลุ่มของนึ่ง ต้ม ทอด ซึ่งคาดว่า น่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ปีนี้มีแผนเปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขา

ภาพรวมตลาดสุกี้ในปีนี้ “แอน” นิยามว่า ตอนนี้สงครามสุกี้เปรียบเหมือนกับ “สนามเลือด” แต่ละแบรนด์ออกโปรโมชันใหม่ๆ เยอะมาก ออกแคมเปญมาแข่งขันเพื่อดึงลูกค้าเข้าร้านได้มากที่สุด ในมุมผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากกระแสนี้อยู่แล้วถือเป็นเรื่องดี ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีกว่าคนกินจะควักกระเป๋าออกมาต้องคิดแล้วคิดอีกว่าคุ้มค่าหรือไม่ เป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาด Budget Suki ยังอยู่ได้

‘สงครามสุกี้’ ปีนี้ ต้องมี ‘สติ’ มากที่สุด ‘ลัคกี้ สุกี้’ ขอโตแบบมั่นคง กลับมาหยุดเลือด-ทำโปรฯ ให้พอดี -(จากซ้ายไปขวา) รสรินทร์ ติยะวราพรรณ และวิรัตน์ โรจยารุณ ผู้ก่อตั้ง ลัคกี้ สุกี้-

ด้าน “วิรัตน์ โรจยารุณ” กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด และหนึ่งในผู้ก่อตั้งลัคกี้ สุกี้ มองว่า ตลาดสุกี้ยังไม่อิ่มตัว คนยังต้องกินทุกวัน ยิ่งตลาดบุฟเฟ่ต์ก็ยิ่งมีแนวโน้มไปต่อได้อีก เป็นเรื่องของความคุ้มค่าและงบประมาณที่กำหนดได้ แม้บุฟเฟ่ต์อาจเข้าไปแบ่งสัดส่วนกับกลุ่มอะลาคาร์ตบ้าง แต่เชื่อว่า ภาพรวมยังขยายตัว มีความเสี่ยงที่จะหดตัวค่อนข้างต่ำ

การเติบโตของตลาด Budget Suki ส่งผลให้ “ลัคกี้ สุกี้” ยังเติบโตได้ตามเป้า ทว่า การแข่งขันสูงและเศรษฐกิจที่โตต่ำก็ส่งผลกระทบไม่น้อยเหมือนกัน “แอน” บอกว่า สปีดในการเปิดสาขาปีนี้ถือว่าวิ่งเร็วกว่าปีที่ผ่านมา เป้าในการเปิดสาขาอยู่ที่ 25-30 สาขา ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 16 สาขา ยอมรับว่า ยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth: SSSG) ไม่โต ต้องออกแรงเยอะ ขึ้นอยู่กับจังหวะการแข่งขัน ระบุว่า เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยโดยหลักๆ มาจากจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นและเรื่องของพิษเศรษฐกิจด้วย

ทั้งนี้ การเข้ามาของ “CRG” (Central Restaurants Group) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ “ลัคกี้ สุกี้” หลายด้าน “วิรัตน์” บอกว่า ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานและหลากหลายของเครือข่ายทางธุรกิจ ฝั่ง CRG จึงเข้ามาช่วยดูแลหลังบ้านเป็นหลัก มีข้อมูลว่า พื้นที่ไหนทำเลใดน่าสนใจ พฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร ส่วนงานหน้าบ้านให้ทางผู้ก่อตั้งดูแลเต็มที่

‘สงครามสุกี้’ ปีนี้ ต้องมี ‘สติ’ มากที่สุด ‘ลัคกี้ สุกี้’ ขอโตแบบมั่นคง กลับมาหยุดเลือด-ทำโปรฯ ให้พอดี

โดยในไตรมาสสุดท้ายยังหวังว่า ตลาดจะกลับมาคึกคักกว่าเดิม เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง และเป็นไทม์ไลน์การเปิดสาขาใหม่หลายๆ แห่งของ “ลัคกี้ สุกี้” คนมีอารมณ์ความรู้สึกอยากจับจ่าย ประกอบกับอีเวนต์และแคมเปญพิเศษตามรอบที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

ส่วนแผนปีหน้า “แอน” เสริมว่า มีพูดคุยกับ “วิรัตน์” อยู่เรื่อยๆ ทั้งการหา S-Curve ตัวใหม่ด้วยการเปิดแบรนด์ใหม่ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า จะเป็นแบรนด์อะไร รูปแบบไหน จะเป็นการขยายใต้ร่มลัคกี้หรือเปิดแบรนด์ใหม่ขอให้รอติดตามกันต่อไป ย้ำว่า ยังอยู่ในกลุ่มธุรกิจอาหารเหมือนเดิม 

“27 มกราคมปีหน้า ลัคกี้ สุกี้ ครบ 5 ปีพอดี ปีนี้เหนื่อยมาก ต้องมีสติ สิ่งสำคัญต้องประคองกันไป ด้วยตอนนี้มีไทยช่วยไทยด้วย ยอมรับว่า เอฟเฟ็กต์แต่เราเข้าใจ ผ่านไปให้ได้ใน 4 เดือนนี้ก่อน เห็นผลกระทบตั้งแต่ต้นเลย ปกติเงินเดือนออกวันที่ 1 ยอดต้องขึ้น แต่อันนี้ไม่ขึ้น เป็นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน มันคือเรื่องจริงที่ทุกคนได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่แบรนด์ใหญ่ๆ แต่แบรนด์เล็กๆ ที่อยู่ในเครือข่ายที่ถูกต้องกระทบทั้งหมด”

“แอน” ทิ้งท้ายว่า แม้ยอดขายจากสาขาเดิมไม่โต แต่การขยายสาขาปีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อปั๊มยอดขาย เป็นไปตามไปป์ไลน์ที่วางไว้อยู่แล้ว สงครามสุกี้ปีนี้รุนแรงมากจริงๆ สิ่งที่ต้องทำก่อน คือ “ห้ามเลือด” แล้วค่อยดูว่า จะทำอะไรต่อได้อีกบ้าง ทุกคนอยากมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ฝั่งผู้บริโภคได้ประโยชน์จริง แต่สำหรับผู้ประกอบการบรรทัดสุดท้ายคือการเอาเงินออกมาใช้เรื่อยๆ ต้องบาลานซ์ให้เหมาะสม ให้ตัวเองอยู่รอด