วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน 2569

Login
Login

‘ทีเส็บ’ ดึงงานไมซ์-อีเวนต์ระดับโลกปักหมุดไทย ดันผลกระทบทางเศรษฐกิจโตแตะ 3.3 แสนล้านปี 70

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “ทีเส็บ” เดินหน้า ยกระดับบทบาทองค์กรส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) สู่ภาพลักษณ์ใหม่ “Economic Connectivity” ตัวกระตุ้นสร้างการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ เร่งดึงงานไมซ์และอีเวนต์ระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย หนุนสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ ไม่จำกัดเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์ในไทยปี 2569 ฟื้นตัวกลับมาจากช่วงชะลอตัวปีที่แล้ว แต่เจอปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ปะทุเมื่อต้นปี กดดันราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วโลก สายการบินปรับลดเที่ยวบินตามมา โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่เดินทางสั้นลง เฉลี่ย 3 วัน 2 คืน ทำให้ใช้จ่ายน้อยลงตามไปด้วย อุตสาหกรรมไมซ์ไทยจึงต้องการดึงตลาดยุโรปและอเมริกาซึ่งเป็นกลุ่มพำนักระยะยาวและใช้จ่ายสูงผ่านการเข้าร่วมงานไมซ์ระดับโลก

ทีเส็บในฐานะหน่วยงานส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์และผู้ประมูลสิทธิ์ดึงงานอีเวนต์ใหญ่ระดับนานาชาติเข้ามาจัดในไทย นอกเหนือจากงานแสดงสินค้าไมซ์ “IT&CM Asia” ที่มีกำหนดจัดทุกปีในไทย เฉพาะปี 2569 ปักหมุดระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. 2569 ณ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ยังดึงงานไมซ์อื่นๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก “Global Wellness Summit 2026” ระหว่างวันที่ 10-13 พ.ย. ณ โรงแรม อังสนา ลากูน่า ภูเก็ต รวมถึงงานแสดงสินค้าด้านไมซ์ “IBTM Asia Pacific 2027” ที่จะมาจัดเป็นครั้งแรกในไทยและเอเชีย ระหว่างวันที่ 9-10 มิ.ย. 2570 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงาน IEEE International Conference on Robotics and Automation 2030 หรือ “IEEE ICRA 2030” หนึ่งในเวทีประชุมวิชาการนานาชาติด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 มิ.ย. 2573 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ คาดมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คนจากทั่วโลก ภายใต้การทำงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเชื่อมโยงความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้โรงงานและผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์จากการปรับตัวสู่ Smart Manufacturing

หลังจากทีเส็บดึงงานประชุมเชิงวิชาการและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก “Gastech Exhibition and Conference (Gastech) 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. ณ ไบเทค กรุงเทพฯ เป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมพลังงานและนักลงทุนจากทั่วโลก โดยมีบริษัทชั้นนำด้านพลังงานกว่า 1,000 แห่ง และผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คนจาก 150 ประเทศทั่วโลก เฉพาะรัฐมนตรีมาจากเกือบ 30 ประเทศ

‘ทีเส็บ’ ดึงงานไมซ์-อีเวนต์ระดับโลกปักหมุดไทย ดันผลกระทบทางเศรษฐกิจโตแตะ 3.3 แสนล้านปี 70 ศุภวรรณ ตีระรัตน์

สำหรับงานไมซ์อื่นๆ ที่ทีเส็บสนใจเจรจาดึงมาจัดในไทยเพิ่ม อาทิ งาน “South by Southwest” (SXSW) งานดังระดับโลกด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และเอ็นเตอร์เทนเมนต์จากสหรัฐ ซึ่งอยากโคลนนิ่งงานนี้มาจัดในเอเชีย นอกจากนี้ยังมีงานมหกรรมพืชสวนโลก โคราช 2029 หรือ “Korat Expo 2029” ที่ล่าสุดมีการเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากเดิม อ.คง ไปยัง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามผลการศึกษาความคุ้มค่า กำหนดจัดระหว่างวันที่ 10 พ.ย. 2572 – 28 ก.พ. 2573 โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนเจรจาดึงงานเท่านั้น ต้องรอการยืนยันจัดงานอย่างเป็นทางการอีกที

ส่วนอีกงานที่น่าสนใจดึงเข้ามาคือ “Seatrade Cruise Global” งานประชุมเรือสำราญโลก ซึ่งเวียนจัดตามภูมิภาคต่างๆ ถ้ามาเอเชียเมื่อไร ก็อยากดึงมาจัดในไทย โดยตอนนี้ได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว

“ทีเส็บคาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2569 (ตั้งแต่ ต.ค. 2568 - ก.ย. 2569) ประเทศไทยจะมีรายได้ไมซ์รวมประมาณ 200,000 ล้านบาท จากนักเดินทางไมซ์ทั้งตลาดในและต่างประเทศ 25 ล้านคน”

ส่วนเป้าหมายปีงบประมาณ 2570 (ตั้งแต่ ต.ค. 2569 - ก.ย. 2570) ทีเส็บอยากให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปลี่ยน KPI จากการวัด “รายได้ต่อหัว” มาเป็น “ผลกระทบทางเศรษฐกิจ” (Economic Impact) แทน ซึ่งทีเส็บประเมินว่าตลาดไมซ์ไทยจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ถึง 330,000 ล้านบาท

และเมื่อเทียบกับงบประมาณปี 2570 ที่มีข้อจำกัดเพราะถูกตัดงบลง 38% เหลือราว 600 ล้านบาท ถือว่างบประมาณที่ทีเส็บลงทุนไปทุก 1 บาท จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ประเทศไทย 225 บาท

“ทั้งนี้อยากให้เลิกมองทีเส็บเป็น Tourism Booster ตัวกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวได้แล้ว มันคิดง่ายไปตรงที่มากี่คนก็คูณด้วยค่าใช้จ่าย เพราะทีเส็บเป็นมากกว่านั้น เราอยากแสดงให้เห็นว่าเราเป็นหน่วยงานที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมให้มีการยกระดับและสร้างการเติบโตได้ โดยอยากให้นิยามบทบาทใหม่ของทีเส็บเป็น Economic Connectivity หรือตัวเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ”

‘ทีเส็บ’ ดึงงานไมซ์-อีเวนต์ระดับโลกปักหมุดไทย ดันผลกระทบทางเศรษฐกิจโตแตะ 3.3 แสนล้านปี 70

ดร.ศุภวรรณ เล่าเพิ่มเติมว่า ล่าสุดทีเส็บได้จัดงาน “MEET Thai Plus 2026 Shenzhen” มหกรรมส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดของทีเส็บ ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ย. 2569 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีการจับคู่เจรจาธุรกิจจำนวนมากกว่า 1,000 นัดหมาย คาดมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,000 ราย และคาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,000 ล้านบาท

“เราเลือกเมืองเซินเจิ้นเป็นสถานที่จัดงานเพราะตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ ติดกับกว่างโจว เมืองแห่งโรงงาน  ฮ่องกง เมืองแห่งการค้า รวมถึงมาเก๊า และเขตการค้าเสรีไห่หนาน โดยปรับรูปแบบการจัดงานจากโรดโชว์ตามโรงแรม ตั้งโต๊ะเจรจาธุรกิจทั่วไป ขยายสเกลเป็นงานแสดงสินค้าเต็มรูปแบบเพื่อนำเสนอแบรนด์ประเทศไทยตามนโยบายของคณะกรรมการทีเส็บ ขณะเดียวกันยังมุ่งเจาะลูกค้าองค์กรในเซินเจิ้นซึ่งเป็นกลุ่ม High Profile รุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงและมีโอกาสนำพนักงานมาทำทีมบิลดิ้ง (Team Building) หรือเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ในไทย”

‘ทีเส็บ’ ดึงงานไมซ์-อีเวนต์ระดับโลกปักหมุดไทย ดันผลกระทบทางเศรษฐกิจโตแตะ 3.3 แสนล้านปี 70

ปัจจุบันประเทศจีนถือเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยในปี 2568 มีมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศกว่า 1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 28% จากปี 2567 และยังเป็นตลาดที่มีนักเดินทางไมซ์มาไทยมากเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนราว 30% ของจำนวนนักเดินทางไมซ์จากต่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทยในปี 2568 สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดจีนและความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน

จากสถิตินักเดินทางไมซ์ตลาดจีนเดินทางเข้าไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – มิ.ย. 2569) มีจำนวนสะสม 267,407 คน ขณะที่ตลอดปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567 - ก.ย. 2568) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 325,414 คน

‘ทีเส็บ’ ดึงงานไมซ์-อีเวนต์ระดับโลกปักหมุดไทย ดันผลกระทบทางเศรษฐกิจโตแตะ 3.3 แสนล้านปี 70