ททท. ย้ำปีแห่งการทรานส์ฟอร์เมชัน เร่งเครื่อง 4 เดือนโค้งท้าย “ไฮซีซัน” กระตุ้นการเดินทางทั้งตลาดในและต่างประเทศ เปิดลิสต์อีเวนต์ใหญ่และเทศกาลดนตรี-แสงสี ปลุกความคึกคักปลายปี ดันรายได้รวมท่องเที่ยวไทย 2.7 ล้านล้านบาทปี 69 หวังแรงส่งปี 2570 ด้าน ‘แอร์ไลน์’ โหมเปิดเส้นทางบินใหม่ หนุนจำนวนต่างชาติเที่ยวไทยแตะ 33 ล้านคนตามเป้าหมาย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยืนยันเป้าหมายสร้างรายได้ภาคการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ผลักดันการเติบโตไม่ให้ต่ำกว่าปี 2568 พร้อมเปิดแผนกระตุ้นท่องเที่ยวทั้งตลาดในและต่างประเทศช่วง 4 เดือนสุดท้ายไฮซีซัน ความหวังในการโกยเม็ดเงินของเศรษฐกิจไทย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.ตั้งเป้าหมายรายได้รวมการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 7% เทียบกับปี 2568 ซึ่งมีรายได้รวม 2.6 ล้านล้านบาท โดยจะแบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท
ส่วนเป้าหมายท้าทายในปี 2570 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบเป้าหมายเชิงท้าทายเพื่อเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ให้ ททท.ผลักดันรายได้รวมการท่องเที่ยวกลับไปแตะ 3 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงปี 2562 ก่อนโควิดระบาด
“แม้การท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี 2569 จะเผชิญปัจจัยรุมเร้า ทำให้ยอดรวมต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย แต่จากการประเมินล่าสุด ททท.คาดทิศทางของสถานการณ์ดูดีขึ้น สะท้อนจากคาดการณ์สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 5-6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 28–31 ล้านคน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ถูกจัดอยู่ในระดับปานกลาง (Base Case) คาดว่าจะจบที่ประมาณ 32.6–32.7 ล้านคน แต่ ททท.ยังคงมุ่งผลักดันให้ถึงเป้าหมาย 33 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา และเชื่อมั่นว่าในปี 2570 หากเอาจุดแข็งของประเทศไทยอย่างด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตัวเป้าหมายรายได้รวม 3 ล้านล้านบาทน่าจะทำได้แน่นอน”
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ดัน 4 กลยุทธ์ “ปีแห่งการทรานส์ฟอร์เมชัน”
สำหรับช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 ททท.จะดำเนินยุทธศาสตร์ “The Year of Transformation” ปีแห่งการทรานส์ฟอร์เมชัน ยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเติบโตด้วยปริมาณ สู่การเติบโตด้วยคุณค่า ผ่าน 4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทย ได้แก่
1.Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งกลยุทธ์ตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover)
2.Shape Experience Platform ยกระดับจากจุดหมายปลายทางคุ้มค่าเงิน สู่จุดหมายที่มีความหมาย ด้วยการยกระดับแบรนด์ “Amazing Thailand” ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury พร้อมผลักดันแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย...ให้ใจได้ฮีล”
3.Build New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการเดินหน้าสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy รวมถึง Festival Economy เศรษฐกิจเทศกาล จัดกิจกรรมอีเวนต์ระดับโลกและนานาชาติ
4.Transform Together การนำพาทุกภาคส่วนทรานส์ฟอร์มไปด้วยกัน
“ริยาดแอร์” เสริมแกร่งเชื่อมต่อเที่ยวบินมิดเดิลอีสต์
เฉพาะการขยายตลาดต่างประเทศ ในเดือน ก.ย. สายการบินริยาดแอร์ (Riyadh Air) เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เส้นทาง ริยาด-กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นับเป็นเส้นทางลำดับที่ 14 ของริยาดแอร์ ให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิง 787-9 ดรีมไลเนอร์ ความถี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในระยะแรก ก่อนมีแผนเพิ่มความถี่เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือน ต.ค. 2569 จากศักยภาพการรองรับผู้โดยสาร 230 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน เส้นทางบินนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่ไทยราว 3,840 ที่นั่งต่อเดือน ช่วยเพิ่มทางเลือกการเดินทางเข้าไทยมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องผ่านโดฮา ดูไบ หรือ อาบูดาบี พร้อมขยายโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางสู่ไทยต่อเนื่อง เสริมความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียในระยะยาว
ตลาดซาอุดีอาระเบียนับเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยพฤติกรรมการเดินทางที่มีระยะพำนักค่อนข้างยาวและมีการใช้จ่ายต่อทริปในระดับสูง โดยนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ มีระยะพำนักเฉลี่ยประมาณ 10-12 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยราว 110,000 บาทต่อคนต่อทริป สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย โดยให้ความสนใจกับการชอปปิ้ง ท่องเที่ยวทะเลและชายหาด ธรรมชาติ อาหาร รวมถึงท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) เริ่มมีแนวโน้มกระจายการเดินทางจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา ไปสู่ กระบี่ พังงา เกาะสมุย และเชียงใหม่ มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในช่วงเดือน ก.ค. และ ส.ค. เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับดีมานด์การจองการเดินทางล่วงหน้าที่อยู่ในระดับดี สะท้อนถึงโอกาสในการเร่งกระตุ้นตลาดและสร้างแรงส่งการเดินทางมายังไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญในการกระตุ้นตลาดผ่านการเพิ่ม Air Connectivity ขยายเส้นทางและจำนวนเที่ยวบินระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนใช้ซาอุดีอาระเบียเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเชื่อมต่อการเดินทางมายังไทย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียแล้ว ยังเอื้อประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกาที่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเชื่อมต่อมายังไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น
ททท.คาดว่าการเปิดเส้นทางบินใหม่ของริยาดแอร์ จะช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ลักชัวรี เวลเนส และเมดิคัล ในตลาดซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดคุณค่าสูง (High Value Market) ได้มากขึ้น ทั้งนี้ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวน 850,000 คน ภายในปี 2569
“แอร์ไลน์” โหมเปิดเส้นทางบินใหม่ “ไฮซีซัน”
ส่วนในเดือน ต.ค. สายการบิน Lot Polish Airlines เปิดเที่ยวบิน วอร์ซอ-กรุงเทพฯ, สายการบิน Virgin Atlantic เปิดเที่ยวบิน ลอนดอนฮีทโธรว์-ภูเก็ต, สายการบิน Belavia เปิดเที่ยวบิน มินสก์-กรุงเทพฯ, สายการบินเวียตเจ็ท เปิดเที่ยวบิน กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ, สายการบิน เวียตเจ็ท เปิดเที่ยวบิน โฮจิมินห์-เชียงใหม่, สายการบิน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเที่ยวบิน ฟุกุโอกะ-กรุงเทพฯ และสายการบิน Ruili Airlines เปิดเที่ยวบิน สิบสองปันนา-เชียงใหม่ และ สิบสองปันนา-กรุงเทพฯ
เดือน ธ.ค. สายการบิน Loong Air เปิดเที่ยวบิน ซีอาน-กระบี่, สายการบิน SAS Scandinavian Airlines เปิดเที่ยวบิน โคเปนเฮเกน-กระบี่ (วันที่ 9 ธ.ค. 2569 – 29 มี.ค. 2570) และ โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต (วันที่ 8 ธ.ค. 2569 – 28 มี.ค. 2570), สายการบิน Sunclass Airlines เปิดเที่ยวบิน สตอล์กโฮล์ม-กระบี่ (วันที่ 10 ธ.ค. 2569 – 25 เม.ย. 2570) และสายการบิน Norse Atlantic Airlines เปิดเที่ยวบิน ลอนดอนแกตวิค-ภูเก็ต (เดือน ธ.ค. 2569 – กลาง เม.ย. 2570)
“อีเวนต์ใหญ่” จัดเต็มส่งท้ายปี
ด้านงานอีเวนต์ใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นปลายปี 2569 ในเดือน ต.ค. มีงานประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม และซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 21-22 ต.ค.
ส่วนเดือน พ.ย. 2569 มีงานมหกรรมพืชสวนโลก Udon Thani International Horticultural Expo 2026 จ.อุดรธานี, ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 6 พ.ย., งาน Vijit Thailand และ Vijit Chao Phraya 2026, งานเนรมิต 5 ภาค (เนรมิตอัมพวา), งานประเพณีลอยกระทงทั่วประเทศ, งานมหาลอยกระทง จ.พระนครศรีอยุธยา, งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 วันที่ 28-29 พ.ย. และงาน The Annual Global Wellness Summit 2026 วันที่ 10-13 พ.ย.
และเดือน ธ.ค. 2569 มีเทศกาลดนตรีและศิลปะ Wonderfruit วันที่ 3-7 ธ.ค., เทศกาลดนตรี Tomorrowland Thailand 2026 วันที่ 11-13 ธ.ค., งาน 2026 Spartan Super World Championship & Trifecta Weekend Chiang Rai จ.เชียงราย, งาน UFO: Open Your Mind, Look to The Sky, งานประเพณีแห่ดาว จ.สกลนคร, งาน Amazing Thailand Food Festival: เนรมิตอัมพวา, งาน Vijit Thailand และ Vijit Chao Phraya 2026 และงาน Amazing Multi-Race Festival 2026 (สนามสุดท้าย)





