วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!

คุยกับ “เก็ต-อธิเมศร์” เจ้าของและผู้ก่อตั้งเครือร้าน “กาญจน์ โภชนา” เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เรียนปี 3 ทำพาร์ทไทม์เก็บเงินซื้อแฟรนไชส์ร้านเครป ใช้ทุนต่อทุน เรียนสูตรจาก YouTube เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว-ปั้นแบรนด์เครปต่อ พบจุดพลิกผันเห็นโอกาสซอยย่านสวนดอกไม่มีร้านอาหารแต่คอนโดแน่น! ขยายอาณาจักรครบ 6 แบรนด์ ปีที่ผ่านมาทำรายได้ทะลุ “20 ล้าน”

KEY POINTS

  • “เก็ต-อธิเมศร์” เริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบการตั้งแต่อายุ 21 ปี เรียนสาขาการจัดการแล้วอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มจากเก็บเงินก้อนหนึ่งไปซื้อแฟรนไชส์ร้านเครป แล้วต่อยอดมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว เปิดได้มากสุด 5 สาขา แต่ก็ต้องเจอกับวิกฤติช่วงโควิด-19 ทยอยปิดจนเหลือเพียง 1 สาขา
  • จุดเปลี่ยนเกิดขึ้น เมื่อ “เก็ต” เจอกับซอยสิโรรสตรงข้ามฝั่งสวนดอก เขาอยู่คอนโดมิเนียมในซอยนั้น และพบว่า มีคอนโดอีกหลายแห่งผุดขึ้นหลายสิบตึก แต่ที่น่าสนใจ คือไม่มีร้านอาหารเปิดเลย จึงเป็นที่มาของการลงทุนเปิดร้านในโลเคชันดังกล่าว 
  • จนถึงวันนี้ซอยสิโรรสมีร้านอาหารเจ้าอื่นๆ เข้ามาเปิดอีกเกือบ 10 ราย เฉพาะร้านของ “เก็ต” มีมากถึง 6 แบรนด์ กระจายตัวตามมุมต่างๆ ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้าร้านไหนก็เป็นร้านในเครือของเก็ตทั้งสิ้น โดยปีที่ผ่านมาทำเงินไปรวมๆ เกือบ “20 ล้านบาท”

จะทำธุรกิจสักอย่างให้ประสบความสำเร็จก็ดูจะเป็นเรื่องยากและใช้ความพยายามมากพอตัวอยู่แล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า “เก็ต-อธิเมศร์ ธนันท์จิรานนท์” อายุ 31 ปี มีร้านอาหารและของหวานในเครืออยู่ทั้งหมด 6 แบรนด์ แต่ละแบรนด์มีฐานลูกค้าของตัวเองเกือบทั้งหมด และเกือบทุกร้านที่ว่ามา ตั้งอยู่ในซอยเดียวกัน เรียกว่าถ้าอยากเดินหาของกินอร่อยๆ ในย่านนี้ ต้องได้เป็นลูกค้าของ “เก็ต” แน่นอน 

นี่คือกลเม็ดเด็ดพรายที่ “คนตัวเล็ก” เลือกใช้ในการตกลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันในจังหวัดเชียงใหม่ “เมืองปราบเซียน” เมืองที่ได้ชื่อว่าค่าครองชีพกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างจากกรุงเทพ ทว่า “เก็ต” กลับมองหาโอกาสที่ต่างออกไป เขาไม่ได้เลือกทำเลร้านค้าบน “Prime Location” เพราะที่ตั้งของทุกแบรนด์ในเครืออยู่ในซอยสิโรรส หรือซอยตรงข้ามแมคโดนัลด์สวนดอก โดยที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่มีร้านอาหารเข้ามาปักหลักแม้แต่ร้านเดียว

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา! -เก็ต-อธิเมศร์ ธนันท์จิรานนท์ เจ้าของและผู้ก่อตั้งเครือร้านอาหาร กาญจน์ โภชนา-

เริ่มจากซื้อแฟรนไชส์ร้านเครปมาขาย ขายดีจนเก็บเงิน-กู้ยืมมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวต่อ

ก่อนจะมาเป็นเจ้าของกิจการ “เก็ต” เริ่มต้นจากการเลือกเรียนด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ คณะที่มุ่งสอนให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ ระหว่างเรียน “เก็ต” ทำงานพาร์ทไทม์ที่แบรนด์ฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งไปด้วย กระทั่งเรียนถึงชั้นปีที่ 3 แฟนสาวของเก็ตพูดถึงร้านเครป และบอกว่า ตอนนี้กาดมาลินหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังไม่มีร้านเครปมาเปิด

ประกอบกับเริ่มเห็นเทรนด์เครปชาโคลที่กรุงเทพกำลังมา จึงตัดสินใจติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์มาเปิดด้วยเงินเก็บตัวเองบวกกับไหว้วานขอให้คุณป้ากู้ยืมเงินมาอีกส่วนหนึ่ง เบ็ดเสร็จแล้วร้านเครปชาโคลแห่งนี้ใช้เม็ดเงินลงทุนราว 30,000 บาท 

ปรากฏว่า เปิดมาก็ขายดีตั้งแต่วันแรก เป็นจังหวะดีที่ตอนนั้นตลาดยังไม่มีร้านขายเครป “เก็ต” บอกว่า ร้านเครปทำให้ได้เงินมาต่อทุนอีกเยอะมากเพราะกำไรต่อชิ้นดีมาก ไม่นานก็ขยายสาขาที่สองมาอยู่หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ก็ต้องหยุดไว้ตรงนั้นเพราะแบรนด์แม่ปิดกิจการลง และมีข้อแม้ว่า สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้แต่ห้ามขยายสาขาเพิ่ม จึงเป็นที่มาที่ทำให้ “เก็ต” เริ่มคิดทำแบรนด์ใหม่ในชื่อตัวเอง พร้อมกับพัฒนาสูตรแป้งอื่นๆ เข้ามาด้วย

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!

แม้กิจการร้านเครปจะไปได้สวย แต่ “เก็ต” ก็เริ่มเห็นสัญญาณขึ้นลงของธุรกิจขนมหวาน มองว่า เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่อาจจะยืนระยะได้ไม่นาน มองหาอาหารที่กินได้ทุกวัน คิดจากเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวก็มาลงเอยที่ “ก๋วยเตี๋ยว” เก็ตบอกว่า ตัวเองเป็นคนชอบกินแต่ทำอาหารไม่เป็น พอคิดอยากทำก๋วยเตี๋ยวก็ใช้วิธีเปิด YouTube ศึกษาวิธีทำด้วยตัวเอง พอทำธุรกิจแล้วเริ่มมีเครดิตจึงกู้แบงก์มาหนึ่งก้อน ใช้ชื่อร้านว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา”

คงเป็นเพราะรสชาติที่ถูกปากและจังหวะเวลาที่เหมาะสม ทำให้ “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา” ขายดีอีกเช่นกัน เก็ตบอกว่า ขายดีจนสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาไม่นาน ตอนนั้นตรงกับช่วงวิกฤติโควิด-19 ร้านอื่นอาจได้รับผลกระทบ แต่ “เก็ต” นำร้านก๋วยเตี๋ยวลงเดลิเวอรี่เป็นเจ้าแรกๆ ขายดีในระดับที่ไรเดอร์มารับสินค้าหาที่จอดรถแทบไม่ได้

เมื่อขายดีขนาดนี้ “เก็ต” ไม่รอช้า ทุ่มเงินอีกก้อนเพื่อขยายสาขาที่ 2 ไปย่านสวนดอกในเวลาใกล้เคียงกับที่ตัวเก็ตตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมแถวนั้น ตรงนี้เองที่จะกลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในเวลาต่อมา และทำให้ “เก็ต” ตัดสินใจลีนธุรกิจ-ทยอยปิดสาขาไม่ทำเงินในเวลาต่อมา

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา! -ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือธารา-

ทยอยปิดสาขาที่เจ๊ง จุดเปลี่ยนเจอ Pain Point ซอยคนเยอะแต่ไม่มีร้านข้าว

ตอนนั้น “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา” ขยายไปมากถึง 5 สาขา แม้ตอนแรกจะขายดีมากบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ แต่ด้วยราคาเพียง 35 บาท ประกอบวัตถุดิบของสดทยอยขึ้นราคากันหมด ไม่นานก็ขายดีจนไม่เหลือกำไร สุดท้ายกลายเป็นขาดทุนจนต้องทยอยปิดทุดสาขา เหลือเพียงสาขาสวนดอกไว้ 1 แห่ง “เก็ต” ทยอยขายของเพื่อนำมาใช้หนี้ ปรับแผนธุรกิจใหม่ และได้อ่านหนังสือ “ขายดีเพราะขึ้นราคา” จนสามารถนำมาปรับกลยุทธ์เพื่อขายของให้มีกำไรมากขึ้น

ปฐมบทของเครือร้านอาหารเริ่มหลังจากนี้ เมื่อ “เก็ต” เอะใจว่า ทำไมซอยที่ตัวเองมาอยู่จึงไม่มีร้านอาหารเลยแม้แต่ร้านเดียว และส่วนใหญ่ปิดเร็วก่อน 13.00 น. แทบทั้งนั้น โดยลักษณะของซอยนี้ตรงเข้าไปจะเป็นซอยตัน ไม่ได้ทะลุกับซอยอื่นๆ ถ้าไม่ได้ตั้งใจเข้ามาจริงๆ จะไม่รู้เลยว่า ซอยนี้มีคอนโดมิเนียมผุดขึ้นมากกว่า 30 ตึก ตึกหนึ่งอยู่กันหลักร้อยคน แปลว่า มีคนหลักหมื่นคนอยู่ในซอยนี้แต่ร้านอาหารกลับน้อยกว่าความต้องการ “เก็ต” ปักหมุดในใจทันทีว่า จะทำธุรกิจในซอยนี้

เขาเริ่มจากดูก่อนว่า คนในพื้นที่บริเวณนี้อยากกินอะไร อยากได้อะไร และเราอยากขายให้ใคร คนในย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ คนกลุ่มนี้ต้องการความรวดเร็ว ฉะนั้น อาหารที่ทำต้องไม่ซับซ้อน ใช้เวลาปรุงไม่เกิน 5 นาทีต้องได้เสิร์ฟ หรือบางเมนูอาจใช้เวลาเพียง 1 นาทีด้วยซ้ำ ย่านสวนดอกลูกค้าจะมาเช้าและเที่ยงเป็นหลัก จากร้านก๋วยเตี๋ยวก็มีแบรนด์อื่นๆ ตามมา อาทิ “ครัวอมร สวนดอก” ขายข้าวมันไก่และอาหารจานเดี่ยว ตามมาด้วย “กาญจน์ โภชนา” โดดเด่นด้วยเมนูอาหารเช้า ทั้งข้าวต้มแห้ง ซุปกระดูก ข้าวอบหมูกรอบ เป็นต้น

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!

“เชียงใหม่เป็นเมืองปราบเซียนจริงๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นหมุดหมายของคนทำร้านอาหารที่อยากมาเปิดร้าน สำหรับตัวผมจะเน้นลูกค้าประจำคนในพื้นที่ว่า เราอยากขายให้ใคร ขายอะไร และทำสิ่งๆ นั้น ไปรีเสิชว่า คนอยากกินอะไร ผมอยู่สวนดอกอยู่แล้ว ก็ดูว่า ผมกินอะไร อยากได้อะไรก็เอามาเปิด และบริษัทผมไม่มีพนักงานประจำ ผ่านโควิด-19 มา ก็กลัวว่า จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ก็ได้ จึงใช้ฟรีแลนซ์ฟูลไทม์ทั้งหมด เราก็มีงานส่งให้เขาเพื่อให้เขาอยู่ได้ แล้วเขาเองก็ไปรับงานที่อื่นได้”

แต่ละแบรนด์ แต่ละเมนู ที่เพิ่มขึ้นมา “เก็ต” บอกว่า ยังใช้วิธีเดิม คือดูว่าลูกค้าที่มาอยากมากินอะไร  พอรู้ว่าอยากได้ก๋วยเตี๋ยวก็เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว อยากได้ข้าวมันไก่ก็ไปหาสูตรข้าวมันไก่ดูแล้วมาเปิดร้าน เขามองว่า เป็นข้อดีของคนทำอาหารไม่เป็น เพราะคนชอบกินจะรู้ว่า รสชาติแบบไหนในมุมคนกินที่ถูกปากที่สุด จนทุกวันนี้ซอยสิโรรสที่เคยเป็นซอยตันไม่มีร้านอาหารกลายเป็นย่านใหม่ ถ้าอยากกินข้าว อยากหาอะไรกิน ทั้งเช้า กลางวัน หรือเย็น ต้องมาที่ซอยนี้

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!

ไปก่อนได้เปรียบ กินร้านไหนในซอยก็เป็นของเรา จัดการวัตถุดิบแบบ Ecosystem

ปัจจุบันร้านอาหารในเครือของ “เก็ต” มีทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่ 1. ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา 2. ครัวอมร สวนดอก 3. กาญจน์ โภชนา 4. Crepe Shock - เครปช็อก 5. Get Crepe และ 6. Ice Skate’s Crepe จุดร่วมที่มีเหมือนกันของแต่ละแบรนด์ คือหน้าตาอาหารที่ดึงดูด-ถ่ายรูปสวย “เก็ต” บอกว่า สัดส่วนเดลิเวอรี่ยังมากกว่าหน้าร้านจนถึงตอนนี้ และทุกร้านในเครือได้รางวัลจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่มาหมดแล้ว

ระบุว่า เน้นการทำหน้าตาอาหารให้สวยงาม เพราะเวลาลูกค้ากดสั่งไม่ได้สัมผัสทางกลิ่นแต่เห็นเป็นภาพ ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าเลือกร้านเรา และเมื่อรูปลักษณ์สวยงามแล้วทำอย่างไรให้เขาติดใจรสชาติแล้วรีวิวให้ดาวเยอะๆ ตั้งต้นด้วยวิธีคิดแบบนี้ตั้งแต่วันแรกและยังทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ลูกค้าเยอะมากพอแบบที่ไม่ต้องวิ่งหาลูกค้าอีกต่อไป แถมทุกร้านยังกระจุกตัวอยู่ในทำเลเดียวกัน วันไหนเบื่อเส้นก็แวะกินข้าวต้ม ถ้าอยากกินของหวานก็มีทั้งเครปร้อนและเครปเย็นให้กิน

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ “เก็ต” ยิงตรงถึงผู้บริโภค คือการทำคอนเทนต์มัดรวมรีวิวร้านอร่อยย่านสวนดอก ทำมา 6 ร้าน เป็นร้านของตัวเองทั้งหมด แถมยังมีหมวดหมู่แตกต่างไม่แย่งกลุ่มเป้าหมายด้วย เพราะไม่ว่าจะเข้าร้านไหนสุดท้ายปลายทางก็เป็นบริษัทในเครือของตนเองอยู่ดี

แต่เมื่อร้านมีชื่อเสียง ย่านเริ่มได้รับการพูดถึง ย่อมมีคู่แข่งตามมา “เก็ต” บอกว่า มีร้านใหม่ๆ เข้ามาเปิดเพิ่มเติมหลังจากนั้นอีกเกือบๆ 10 ร้าน ทั้งซอยมีร้านอาหารรวมกันไม่เกิน 20 ร้าน เพราะพื้นที่มีจำกัด ถึงอยากเปิดก็ไม่สามารถเข้ามาได้แล้ว ตอนนั้น “เก็ต” มองว่า ตัวเองโชคดีที่เอาตัวเข้าไปเร็วกว่าใครๆ

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา! -หน้าร้าน Ice Skate's Crepe เครปเย็น-

อย่างโลเคชันของ “กาญจน์ โภชนา” ปกติแลนด์ลอร์ดให้เช่าเดือนละ 40,000 บาท แต่ด้วยจังหวะหลังโควิด-19 พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นบ้านร้างหลายปี สุดท้าย “เก็ต” ได้เช่าพื้นที่เดือนละ 11,000 บาท ซึ่งเป็นบ้านที่มีพื้นที่เกือนๆ 1 งาน มาพร้อมโครงสร้างที่ดีทั้งหมด เหลือเพียงเข้าไปรีโนเวทนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น

หลังจากนี้ “เก็ต” บอกว่า มีแผนนำแบรนด์เดิมมาปัดฝุ่น ซึ่งก็คือ “อมร ข้าวมันไก่” ก่อนหน้านี้เคยเปิดแล้วผลตอบรับไม่ดีนัก แต่หลังจากนี้จะนำมาปรับใหม่อีกครั้งเพื่อเปิดใกล้ๆ กับ “ครัวอมร” โดยเก็ตมีวิธีคิด-จัดการวัตถุดิบอย่างเป็นระบบ ไม่ได้คิดขึ้นมาโดดๆ แต่เป็นการต่อยอดเชื่อมร้อยทุกร้านเข้าหากัน จากร้านก๋วยเตี๋ยวร้านแรก ทำครัวอมร ทำอมร ข้าวมันไก่ ก็คิดนำสิ่งที่แต่ละแบรนด์มีมาพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ กลายเป็น “ข้าวต้มแห้ง” ที่ “กาญจน์ โภชนา” 

ดึงน้ำซุปมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว ดึงวิธีการทำข้าวมาจากข้าวมันไก่ ดึงท็อปปิ้งทั้งหมูสับและหมูกรอบมาจากครัวอมร ประกอบกับ “ข้าวต้มแห้ง” เป็นเมนูที่เชียงใหม่ขาดอยู่พอดี ถ้าได้มากินที่นี่ก็จะมีรสชาติข้าวต้มแห้งแบบที่ร้านเป็นบรรทัดฐานในใจ ถ้าจะกินข้าวต้มแห้งต้องกินรสชาติแบบ “กาญจน์ โภชนา”

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา! -เมนูข้าวต้มแห้ง ร้านกาญจน์ โภชนา-

ตั้งเป้าทำได้ “20 ล้าน” มีแผนขยายสาขา แนะคนทำธุรกิจ รีบตัดสินใจ รีบลงมือทำ

ปีที่ผ่านมาเครือร้านอาหารของ “เก็ต” ทำรายได้รวมกันเกือบๆ “20 ล้านบาท” แบ่งออกเป็น 1. บริษัท กาญจน์ โภชนา จำกัด 2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด อมร คิทเช่น กรุ๊ป และมีการยื่นภาษีในนามบุคคลธรรมดาด้วย สำหรับปีนี้ “เก็ต” ไม่ได้ตั้งเป้าสูงกว่าเดิม ขอรักษาระดับไม่มากไม่น้อยกว่านี้ก็พอ

ปัจจุบันทุกร้านยังมีเพียงแบรนด์ละ 1 สาขา มีเพียง “Ice Skate’s Crepe” แบรนด์เครปเย็นที่ปั้นออกมาภายหลัง-ขยายผ่านแฟรนไชส์ รวมๆ แล้วมีทั้งหมด 15 สาขา ภายในเดือนตุลาคมนี้จะมีสาขาที่เปิดเองเพิ่มอีก 1 สาขา แต่ละแบรนด์ในพอร์ตทำกำไรได้มากน้อยแตกต่างกัน “Ice Skate’s Crepe” ทำกำไรได้มากสุด รองลงมาเป็น “กาญจน์ โภชนา” ส่วน “ก๋วยเตี๋ยวเรือธารา” และ “ครัวอมร” อาจจะกำไรน้อยหน่อยแต่ก็ทำให้ความเป็นฮับร้านอาหารครบถ้วนมากขึ้น

เปิดร้านในซอยลึกเงียบๆ แต่มีรายได้แตะ ‘20 ล้าน’ ทำ 6 แบรนด์ ดักลูกค้าทุกมุม-ทางไหนก็ร้านเรา!

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เรียนไม่จบดี มีคำแนะนำหรือบทเรียนอะไรที่อยากแแชร์บ้าง “เก็ต” บอกว่า ตอนเด็กๆ ไม่เคยเข้าใจคำว่า เริ่มก่อนได้เปรียบ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า เวลาย้อนกลับไปไม่ได้ ถ้าให้มาเริ่มใหม่ตอนอายุเท่านี้ก็คงไม่ทำแล้ว ใครที่กำลังเลตัดสินใจจะทำธุรกิจไม่ต้องคิดนาน เริ่มได้เลย

“ผมไม่เข้าใจคำว่า เริ่มก่อนได้เปรียบ แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจ เพราะเวลามันย้อนไปไม่ได้ ตอนนี้ผมเพิ่งจะอายุ 31 ปี แต่ก็เริ่มมีอาการปวดนั่นนี่แล้ว ถ้าให้เริ่มอะไรใหม่ตอนนี้คงไม่ทำแล้ว แฟรนไชส์ผมยังหยุดขยายเลยเพราะมันเหนื่อย ก็คงใช้ได้กับคนที่กำลังตัดสินใจ ไม่ต้องตัดสินใจนาน เริ่มได้เริ่มเลย”