เจ้าของ หรือ ผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีประเภท “หัวก้าวหน้า” คงจะเคยได้ยินเรื่องของ “ทฤษฎีเกม” มาบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย
KEY POINTS
- ทฤษฎีเกมเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับ SME เพราะมีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์ ทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้
- หลักการสำคัญคือการวิเคราะห์ผู้เล่น (คู่แข่ง) สภาวะการแข่งขัน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อคาดการณ์ผลลัพธ์และวางแผนรับมือ
- การใช้ทฤษฎีเกมไม่จำเป็นต้องมุ่งเอาชนะคู่แข่งเสมอไป แต่อาจนำไปสู่การประนีประนอมที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
แต่จำนวนผู้ที่จะมีความสนใจในเรื่องของทฤษฎีเกมในเชิงลึกขึ้น เพื่อนำมาใช้ประกอบในการวางแผนธุรกิจของตนเองให้สามารถเอาชนะคู่แข่งในตลาดยังมีจำนวนน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับความสนุกสนานที่เคยได้ฟาดฟันและเอาชนะคู่แข่งหรือฝ่ายตรงข้ามในการเล่นเกมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เกมที่จะเอาชนะคู่แข่งทางธุรกิจ
ปัญหาสำคัญประการแรกสุดก็คือ เมื่อเอสเอ็มอีเข้าไปค้นหาข้อมูลหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับ “ทฤษฎีเกม” ก็จะพบว่า มันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับทำความเข้าใจ จนสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่ทำอยู่ได้
เหตุผลของความยากนี้ เนื่องจาก “ทฤษฎีเกม” เป็นทฤษฎีที่คิดค้นขึ้นมาโดย นักคณิตศาสตร์ ด้วยความสนใจว่าการจะเอาชนะคู่แข่งในการเล่นเกม จะนำวิชาการคำนวณทางคณิตศาสตร์มาใช้ได้หรือไม่ จึงเกิดความสนใจค้นคว้า ศึกษา และวิจัย เพื่อที่จะนำหลักวิชาทางคณิตศาสตร์มาใช้ประกอบ จนเกิดเป็น “ทฤษฎีเกม” ที่ได้รับการยอมรับจากกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์การคำนวณโดยทั่วไป
ผู้ที่เข้าใจแนวคิดในเชิงคณิตศาสตร์นี้ จึงได้พยายามนำ “ทฤษฎีเกม” มาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อทำความเข้าใจและจำลองสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ โดยมีทฤษฎีทางคณิตศาสตร์เป็นแกนหลักอยู่เบื้องหลัง
แนวคิดพื้นฐานสำคัญของ “ทฤษฎีเกม” ก็คือ การมีผู้เล่น (ตัวต่อตัว หรือ เรากับคู่แข่งอื่นๆ ในตลาด) ภายใต้ สภาวะการแข่งขันของเกม ที่กำลังเล่นอยู่ (กระดาษชนะค้อน ค้อนชนะกรรไกร กรรไกรชนะกระดาษ) ด้วยการ วางกลยุทธ์และตัดสินใจ เลือกวิธีเล่น
ผลลัพธ์ล่าสุด ที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเองและของคู่แข่ง (เราแพ้เพราะเลือกค้อน คู่แข่งเลือกกระดาษ) หากเป็นเกมที่หาผู้ชนะคนเดียว เกมก็จะสิ้นสุดลง หากเป็นเกมที่เล่นซ้ำได้หลายรอบ ผู้เล่นก็จะต้องกลับมา ตัดสินใจเดิน ในตาถัดไป จนครบเงื่อนไขของเกมกำหนดไว้ (หมดเวลา หรือ หมดตาเดิน)
ในเชิงธุรกิจ จะต้องมีการกำหนดขอบเขตว่า ผู้เล่นหลักจะเป็นใครบ้าง เงื่อนไขทางเลือกและผลลัพธ์ที่จะตัดสินการแพ้ชนะ เป็นเกมที่เล่นครั้งเดียวหรือเล่นซ้ำได้ สามารถประเมินกลยุทธ์ได้ว่า “ถ้าเขาเดินแบบนี้ เราจะตอบโต้อย่างไร” และประเมินสถานการณ์ของการแข่งขันว่า จะเกิดการแพ้ชนะกันขึ้นโดยฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ชนะ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้แพ้ หรือ ควรจบลงที่การประนีประนอมที่ไม่มีผู้แพ้และผู้ชนะ แต่ทุกฝ่ายจะได้ผลประโยชน์ที่มากขึ้นกว่าที่เคยได้อยู่ทั้ง 2 ฝ่าย
หากเข้าใจหลักการพื้นฐานและที่มาของ “ทฤษฎีเกม” เบื้องต้นเหล่านี้ เจ้าของหรือผู้บริหารธุรกิจ ก็อาจเกิดความสนใจที่จะแสวงหาข้อมูลตัวอย่างจริงของการนำ “ทฤษฎีเกม” มาประยุกต์ใช้ด้วยตัวเอง
กรณีศึกษาเกี่ยวกับ “ทฤษฎีเกม” โดยไม่ต้องใช้พื้นความรู้ทางคณิตศาสตร์บนแหล่งข้อมูลออนไลน์ ก็หาได้ไม่ยากนักในยุคนี้สมัยนี้!!??!!





