หนังไทยครึ่งปี ทำเงินยากเย็น เมื่อผู้บริโภคเลือกเสพคอนเทนต์ผ่านมือถือ "จีดีเอช" หวังทั้งปีอุตสาหกรรมภาพยนตร์เงินสะพัดเกิน 3,000 ล้านบาท เดินหน้ากางอาณาเขตพาหนังไทยผงาดตลาดโลก หลัง ฉลาดเกมส์โกง ฮิต "หลานม่า" ใบเบิกทางเข้ารอบออสก้าร์ ฮอลลีวูดหยิบไปรีเมก
ภาพยนตร์ไทย เผชิญความท้าทายไม่ต่างจากหลายธุรกิจ ในวันที่โลกเต็มไปด้วยคอนเทนต์ ดึงเวลาคนดู ทำให้การสร้างหนังต้องมีไอเดียใหญ่ สดใหม่ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ว้าวหรือ Wow Factor ให้เกิดขึ้นเพื่อดึงคอหนัง
ทว่า อีกด้านภาพยนตร์ไทย เริ่มปักหมุดบนแผนที่โลกมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือผลงานของค่าย “จีดีเอช ห้าห้าเก้า” ที่กางอาณาเขตจากอาเซียน ไปสู่ยุโรป ละตินอเมริกา ฯ อีกทั้งคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆ รวมถึงได้โอกาสเปิดฉายในงาน 46 เทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก เช่น Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) เปิดฉายภาพยนตร์ให้ผู้ชม สื่อมวลชน และนักวิจารณ์ชมเป็นครั้งแรกของโลก ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ฉลาดเกมส์โกงกระแสดีในต่างแดน หลานม่า ถูกฮอลลีวูดนำไปรีเมก รวมถึง “หลานม่า” หนังไทยเรื่องแรกผ่านเข้ารอบ 15 เรื่องสุดท้าย ในการชิงรางวัลออสการ์ (Oscars) ครั้งที่ 97 เป็นต้น
“จีดีเอช เราทำหนังไทยเป็นมืออาชีพ เราคิดว่าหนังไทยไปได้ไกลกว่าในประเทศไทย และจากเดิมอยู่ในอาเซียน ไปปักหมุดในแผนที่โลกมากขึ้นทั้งแง่คุณภาพ การต่อยอดรายได้ การขายลิขสิทธิ์(IP) จากหนังคลาสสิก ที่ได้รับความนิยมมายาวนานถูกนำไปสร้างซ้ำหรือรีเมก” จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด ฉายภาพโอกาสหนังไทยทำเงินในตลาดโลก
การทำหนังไทยปัจจุบันคุณภาพ มาตรฐานยังเทียบชั้นกับแดนกิมจิมากขึ้น หนึ่งในต้นแบบของขุมพลัง Soft Power ที่บางเรื่องยอดเยี่ยม(Killer Content) ได้รับทุนสร้าง 700 ล้านบาทต่อเรื่อง ตัวอย่างคอนเทนต์คุณภาพ ไม่จำกัดแค่หนัง ยังครอบคลุมซีรส์ด้วย อย่างปีก่อนที่ “จีดีเอช” สร้าง “สงครามส่งด่วน” ป้อนให้กับ “เน็ตฟลิกซ์” ฯ เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่พา “จีดีเอช” ไปสู่เวทีระดับโลก
“จีดีเอช” อยู่ในโลกจอเงิน 25 ปี สร้างสรรค์หนังไทยด้วยความพิถีพิถัน การทำหนังเป็น “อาชีพ” อยู่ในดีเอ็นเอบริษัทตั้งแต่วันแรก อีกโจทย์สำคัญเมื่อลงทุนแล้ว “ไม่ควรขาดทุน” ทุกผู้มีส่วนร่วมในการทำงานต้อง “ชนะ” ไปด้วยกันหรือ win-win รวมทั้งสื่อสารให้เข้าถึงคนดู คอหนังกว้างสุด เพื่อให้มีรายได้ที่ดี
“ตลาดโลก จีดีเอชต้องเดินต่อไปให้ได้ ไม่แค่สร้างคอนเทนต์หนังฉายในโรง แต่ต้องนำ IP ต่อยอดด้วย”
ปี 2569 จีดีเอช สร้างสรรค์หนังไทย 4 เรื่อง ป้อนคนดู ประกอบด้วย
1.พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) HUMAN RESOURCE
2.โกฮัง..หัวใจโกโฮม
3.HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้
4.คุณยายวรนาฏ ยังมีการจัดคอนเสิร์ต “มาม่า Presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต” เพื่อสร้างการเติบโตด้วย
ในการสร้างหนังไทย เงินลงทุนค่อนข้างปรับตัวสูงขึ้นเป็น 70 ล้านบาทต่อเรื่อง จากเดิมอยู่ระดับ 50 ล้านบาท เทียบกับอดีตใช้เงินลงทุนราว 30-40 ล้านบาท และตัวแปรสำคัญคือ “เน็ตฟลิกซ์” เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนันสร้างสรรค์คอนเทนต์
ทั้งนี้ ผ่านครึ่งทางปี 2569 หนังไทยหืดจับ เมื่อการทำรายได้ กลายเป็นเรื่องโหดหินมากขึ้น เพราะจำนวนหนังไทยกว่า 20 เรื่อง ทำรายได้รวมเพียงกว่า 400 ล้านบาทเท่านั้น จากภาพรวมอุตสาหกรรมมีมูลค่า 1,162 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสัดส่วน 50% เท่ากัน ส่วนแนวโน้มทั้งปี 2569 คาดหวังอุตสาหกรรมหนังจะทำเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท
“หนังไทยทำเงิน เผชิญตัวเลขโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ อดีตอาจมีตัวเลขตรงกลาง และมีคนที่ win แต่ตอนนี้ผู้บริโภคอยู่กับมือถือ มีทางเลือกเสพคอนเทนต์ หากไม่ชอบไม่ไปดูหนังในโรง จึงมีผลต่อการทำรายได้หนังไทยที่ลดลง หนังไทยดี..จะดีไปเลย ที่ไม่ดี ไม่มีตัวเลขเลย”
หากสำรวจตลาดหรือกระแสบนโลกออนไลน์ จำนวนไม่น้อยที่หนังไทยทำเงินหลักหมื่นบาทถึงแสนบาท หนักสุดถึงขั้นหลักพันบาทด้วย
สำหรับปี 2569 จีดีเอช ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 556 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 74% จากปีก่อนมีรายได้ในปี 2568 จำนวน 318 ล้านบาท จากภาพยนตร์ที่เข้าฉาย 3 เรื่อง ได้แก่ แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา ซองแดงแต่งผี และ ดีว่า..ราวี รวมถึงรายได้จากการผลิตซีรีส์ สงครามส่งด่วน ให้กับทาง Netflix และการจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนปี 2570 จีดีเอช จะสร้างหนังอีก 4 เรื่อง ได้แก่
1.เพื่อนสาว
2.THE UNTITLED SNOOKER PROJECT
3. 3 Daughters
4.ปัดฝุ่นความทรงจำ “เนื้อคู่ประตูถัดไป” หรือ Return of True Love Next Door
นอกจากนี้ ยังมีคอนเทนต์รูปแบบใหม่ ด้วยการเปิดตัวซีรีส์แอนิเมชันเรื่องแรก “แม๊กซ์กับจ่อย จอยจอยมาร์เก็ต” ซึ่ง GDH ผนึกกำลังกับ อิทธิปาทา และ Big Brain รวมถึงรายการ “8 Minute History ประวัติศาสตร์หนังไทย”
ในการหารายได้ บริษัทยังมองโอกาสสร้างสรรค์สินค้าจากหนังไทย รวมถึงคอร์ปอเรทแบรนด์ “จีดีเอช” การนำไปสร้างสรรค์เกมส์ รวมถึงศึกษาซีรีส์แนวตั้งด้วย



