ในวงการธุรกิจยุคใหม่นี้ หลายคนคงจะเคยได้ยินการกล่าวถึง “ทฤษฎีเกม” มาบ้างแล้ว และพอจะอุปมาอุปไมยได้ว่า การแข่งขันทางธุรกิจก็มีความคล้ายกันกับการเล่นเกม ที่มักจะลงเอยด้วยการแพ้ การชนะ หรือการเสมอกัน
KEY POINTS
- ทฤษฎีเกมคือการใช้หลักคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคู่แข่งทุกราย
- การแข่งขันแบบเกมรอบเดียวมักนำไปสู่การตัดสินใจที่เน้นผลประโยชน์ระยะสั้น เช่น การตัดราคา ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทุกฝ่ายในที่สุด
- เกมธุรกิจที่เล่นซ้ำหลายรอบจะส่งเสริมการสร้างความร่วมมือและความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ยั่งยืนสำหรับทุกฝ่ายในระยะยาว
บทความที่แล้วของคอลัมน์นี้ ได้เกริ่นไว้ว่า “ทฤษฎีเกม” เป็นทฤษฎีที่มีพื้นฐานมาจากการใช้วิชาคณิตศาสตร์ มาคำนวณหาผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นภายใต้เงื่อนไขของเกมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าซึ่งผู้เล่นจะรับทราบก่อนแล้ว โดยภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ จะสามารถคำนวณหาโอกาสที่ผู้เล่นจะชนะ จะแพ้ หรือ จะเสมอจนทำให้เกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน แทนความพยายามที่จะเอาแพ้เอาชนะกันให้ได้
ประเภทของเกม ยังอาจแบ่งออกคร่าวๆ ได้เป็น เกมที่เล่นครั้งเดียวแล้วจบ หรือ เกมที่ต้องเล่นต่อเนื่องหลายๆ รอบ ซึ่งอาจจะมีการกำหนดจำนวนรอบไว้ว่าต้องเล่นกี่รอบ หรือเกมที่เล่นวนไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ข้อยุติที่จะกำหนดผู้แพ้ผู้ชนะได้
ซึ่งในภาษาคณิตศาสตร์จะใช้คำว่าจุด “ดุลยภาพ” ของเกม ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจเลือกวิธีการเล่นที่สมเหตุสมผลมากที่สุดแล้วสำหรับคู่แข่งขันแต่ละฝ่าย แต่จะกลับนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดสำหรับทุกคน
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจต่างๆ เกิดแรงจูงใจที่จะตัดราคาสินค้าลงเพื่อแย่งลูกค้ากัน นำไปสู่การแข่งขันกันลดราคา จนทำให้กำไรของทั้งคู่หดหายไป แต่หากคิดกลับกันว่ามาจับมือกันตั้งราคาที่สูงขึ้นเหมือนๆ กัน ทั้งคู่ก็จะได้กำไรเพิ่มมากขึ้น
หรือในกรณีปัญหาความร่วมมือกันเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน แต่ไม่มีใครอยากตัดสินใจลดการผลิตของตัวเองเพราะกลัวเสียเปรียบทางธุรกิจ ปัญหานี้จึงกลับเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น แทนที่จะเป็นการช่วยแก้ปัญหา
หากเป็นเกมที่สามารถเล่นซ้ำได้หลายๆ รอบ รูปแบบของเกมจะเปลี่ยนไปโดยมีเงื่อนไขอื่นๆ มากำกับการเกิดผลลัพธ์ของการแข่งขัน เช่น
ระยะเวลา เกมรอบเดียวแพ้ชนะกันไปเลย เกมหลายรอบ มีผลลัพธ์ในอดีต และผลคาดหวังในอนาคตมาเกี่ยวข้อง รอบนี้สู้ไม่ได้ รอบหน้ามาแก้มือได้ รอบนี้พลาดพลั้งแก่คู่ต่อสู้ รอบหน้าต้องมาเอาคืนให้ได้
ผลลัพธ์สุดท้าย เกมรอบเดียว ไม่ต้องห่วงเรื่องการเอาคืนในอนาคต ต้องจบให้ได้สวยที่สุดในเกมนี้ หลายครั้งเกมมักจบแบบฉวยโอกาส ยอมแลกกับการได้ผลตอบแทนสูงสุด แทนเกมแบบหลายรอบที่มักจะจบแบบเข้าสู่ดุลยภาพที่เกิดความร่วมมือ นำไปสู่ผลประโยชน์ในระยะยาวของทุกฝ่าย
ความน่าเชื่อถือและฝีมือทางธุรกิจ ในเกมหลายรอบ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแต้มต่อหรือสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนของธุรกิจได้ ช่วยเปลี่ยนสภาพตลาดที่ต่างคนต่างเอาตัวรอดให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เกิดความร่วมมืออย่างยั่งยืนได้
จะเห็นได้ว่า หากผู้เล่นในเกมธุรกิจให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ในอนาคตมากพอ และเกมถูกเล่นซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้จุดจบ "ผลลัพธ์ที่เป็นการร่วมมือกัน (Cooperation) สามารถเกิดขึ้นเป็นดุลยภาพที่ยั่งยืนได้" เมื่อเทียบกับ การเล่นเกมแบบรอบเดียวที่เลือกที่ดีที่สุดไม่ได้เป็นผลลัพธ์ที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย!!??!!





