วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'มร.ซาโตชิ' แม่ทัพใหม่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’ สานวิสัยทัศน์ 'กินดี มีสุข' เคลื่อนการเติบโต

“อายิโนะโมะโต๊ะ” เป็นบิ๊กคอร์ปอาหารของญี่ปุ่น และยืนหยัดทำตลาดในประเทศไทยยาวนาน 60 ปี ยังคงมองไทยเป็นฐานทัพสำคัญในการสร้างการเติบโตต่อเนื่อง

ปี 2568 “อายิโนะโมะโต๊ะ” สร้างผลประกอบการกว่า 3.42 หมื่นล้านบาท เติบโต 4.94% มีกำไรสุทธิกว่า 9,161 ล้านบาท จากปีก่อนที่ปิดรายได้รวมกว่า 3.26 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิกว่า 1.03 หมื่นล้านบาท

ปี 2569 บริษัทมีแม่ทัพใหม่ มร.ซาโตชิ อุตากาวะ มาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นลูกหม้อที่ร่วมขับเคลื่อน “อายิโนะโมะโต๊ะ” กว่า 30 ปี มีประสบการณ์ดูแลตลาดในหลายประเทศ และ “ไทย” เป็นครั้งที่ 3 ที่ “มร.ซาโตชิ” หวนคืนอีกครั้ง

มร.ซาโตชิ ฉายภาพว่า ครั้งแรกที่เข้ามาดูแลธุรกิจอายิโนะโมะโต๊ะ ในประเทศไทย คือ 24 ปีก่อน ยุคนั้นผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าสูงมาก เป็นกุญแจสำคัญสร้างการเติบโต ทว่า ปัจจุบันความต้องการสินค้ายังมีเช่นเดิม แต่ “ทางเลือก” ในการบริโภคสินค้ามีหลากหลายอย่างมาก อีกทั้งความต้องการยังมีความเฉพาะเจาะจงแต่ละคนมากขึ้น

'มร.ซาโตชิ' แม่ทัพใหม่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’  สานวิสัยทัศน์ 'กินดี มีสุข' เคลื่อนการเติบโต

การมานำทัพ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ของ “มร.ซาโตชิ” ยังคงเดินหน้าสานวิสัยทัศน์การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการส่งเสริมสุขภาพและ Well-being ที่ดีของคนไทยในชีวิตประจำวัน ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้าน “AminoScience” เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงาน

“ยินดีกับบทบาทใหม่ที่อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) เพื่อสานต่อวิชั่น Well-being สร้างการเป็นผู้นำด้านการกินดีมีสุขสู่ผู้บริโภคชาวไทย”

ปี 2568 AminoScience คือกุญแจสำคัญที่ทำให้บริษัทสร้างการเติบโตด้วยยอดขายกว่า 3.42 หมื่นล้านบาท โดยมีสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้บริษัท เช่น รสดี เบอร์ 1 เครื่องปรุงรสที่ครองส่วนแบ่งตลาด 90% ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 80% และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม(RTD)เบอร์ดี้ ครองส่วนแบ่งตลาดราว 50%

“ความสำเร็จไม่ได้สะท้อนแค่ภาพผู้นำตลาด แต่หมายถึงผู้บริโภคไว้วางใจสินค้าของอายิโนะโมะโต๊ะในทุกวัน”

ปี 2569 บริษัทยังมุ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านการกินอยู่ที่ดีหรือ Well-being จากการเป็นผู้ขายสินค้า เพื่อสานเป้าหมายดังกล่าว จะใช้ 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. เสริมสร้าง “กินดี” หรือ Eat Well ผ่านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย “AminoScience” ทั้งขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเสริมพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้แข็งแกร่ง การยกระดับโซลูชันด้านโภชนาการอาหารพร้อมรสชาติอร่อย

2.เพิ่มประสบการณ์ “มีสุข” หรือ Live Well จะเห็นการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจอาหารแช่แข็งสำหรับครัวเรือนแบรนด์ “อายิโนะโมะโต๊ะ อุไม” ลุยยกระดับร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ดทั่วประเทศซึ่งมีกว่า 7 แสนร้าน เพราะผู้บริโภคราว 50% นิยมซื้อสินค้าจากร้านใกล้บ้าน บริษัทจึงเปิดตัวพันธกิจครั้งใหม่ “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” หวังตอบโจทย์ด้านความอร่อย ต้นทุน และโอเปอเรชันของร้านเหล่านั้น และ3. พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสุขภาพกายและใจ

'มร.ซาโตชิ' แม่ทัพใหม่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’  สานวิสัยทัศน์ 'กินดี มีสุข' เคลื่อนการเติบโต

“เรามุ่งการกินดี กินดีคือการส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้รับโภชนาการที่สมดุล โดยไม่ลดทอนความอร่อย และมีสุข คือการทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น สร้างประบการณ์ผ่านมื้ออาหารที่อร่อย”

ปี 2569 เศรษฐกิจ กำลังซื้อมีความท้าทาย และจากข้อมูล Innova Market Insights 2026 ระบุมี 3 เทรนด์สำคัญที่กำลังหล่อหลอมพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกและในประเทศไทย ได้แก่ 1.ความคุ้มค่าคุ้มราคา เมื่อผู้บริโภค 2 ใน 3 คนเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อสินค้าเป็นประจำ มองหาสินค้าที่คุ้มค่าและคุณภาพที่ดี

“ผู้บริโภคโอเคหรือยินดีซื้อหากสินค้าราคาสูง หากมีคุณภาพคุ้มค่า”

2.ความสมบูรณ์แข็งแรงและอายุที่ยืนยาว โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพและสุขภาวะในระยะยาว ผ่านโภชนาการและไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น คนสูงวัยให้ความสำคัญกับการป้องกัน ส่วนคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ จึงต้องนำศาสตร์อะมิโน มาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย และ3.ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลา จึงนำเสนอโซลูชันอาหารและเครื่องดื่มที่สะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

มร.ซาโตชิ แนวโน้มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคครึ่งปีหลัง 2569 ในหมวดที่บริษัทดำเนินธุรกิจ เช่น ผงปรุงรสคาดการณ์เติบโตไม่ก้าวกระโดด ส่วนผงชูรสจะเติบโตอัตรา 1 หลัก ส่วนกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มยังเป็นตลาดที่เติบโต แต่การแข่งขันสูง ขณะที่สินค้ากลุ่มสุขภาพคาดการณ์เติบโตอัตรา 2 หลัก

'มร.ซาโตชิ' แม่ทัพใหม่ ‘อายิโนะโมะโต๊ะ’  สานวิสัยทัศน์ 'กินดี มีสุข' เคลื่อนการเติบโต

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ธุรกิจทั่วโลกและไทย รวมถึงอายิโนะโมะโต๊ะ เผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้ “ต้นทุนวัตถุดิบ” และ “ราคาพลังงาน” สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าโดยรวมปรับตัวเพิ่ม เช่น ผงชูรสที่วัตถุดิบมันสำปะหลังราคาสูงขึ้น ทำให้ภายในครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการ “ปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการ” แต่จะไม่ผลักภาระหรือให้กระทบผู้บริโภคน้อยสุด

“ปีนี้บริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตอัตรา 1 หลัก โดยปัจจัยที่น่ากังวลครึ่งปีหลัง ยังเป็นราคาพลังงานที่มีผลต่อต้นทุนธุรกิจ ส่วนปัจจัยบวกคือรัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจกำลังซื้อ และแนวโน้มความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ที่สำคัญคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นกว่านี้”