วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

'เนสท์เล่' ลงทุนใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน ปั้นโรงงานแห่งใหม่ผลิต 'เนสกาแฟ' ทุกชนิด

"เนสท์เล่" ประกาศลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานผลิตกาแฟสุดล้ำแห่งใหม่ในประเทศไทย เดินเครื่องผลิตปี 2571 โดยจะผลิตกาแฟหลากชนิดทั้ง กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟปรุงสำเร็จ กาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม(RTD) ย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมไทย

เนสท์เล่ประกาศลงทุนมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่ในประเทศไทย โดยโรงงานแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเนสกาแฟของเนสท์เล่ในประเทศไทย และรองรับการส่งออก

โรงงานใหม่แห่งนี้จะผลิตผลิตภัณฑ์หลักของเนสกาแฟหลากหลายชนิด ซึ่งรวมถึงกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

'เนสท์เล่' ลงทุนใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน ปั้นโรงงานแห่งใหม่ผลิต 'เนสกาแฟ' ทุกชนิด

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่โครงการจะมีศูนย์กระจายสินค้าอันทันสมัยที่รองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โดยโครงการทั้งหมดคาดว่าจะสร้างงานในประเทศไทยกว่า 520 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รวมถึงพนักงานที่มีทักษะระดับกลางและระดับสูง

นายนิคิล ชัญจ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเนสท์เล่มายาวนานกว่า 130 ปี การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทในประเทศไทย และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไทย เศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการลงทุนนี้ ประกอบด้วยโรงงานผลิตกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และศูนย์กระจายสินค้าที่รองรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทของเนสท์เล่ โดยจะติดตั้งเทคโนโลยีล่าสุดและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพสูง และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและลูกค้า โดยโรงงานผลิตเนสกาแฟแห่งใหม่จะใช้นวัตกรรม วัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่อไป

ทั้งนี้ มูลค่าของวัตถุดิบและวัสดุที่จัดหาจากภายในประเทศไทยเพื่อใช้ในการผลิตของโรงงานแห่งใหม่นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) โดยคาดว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะเริ่มดำเนินงานในช่วงหลังของปี พ.ศ.2571

'เนสท์เล่' ลงทุนใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน ปั้นโรงงานแห่งใหม่ผลิต 'เนสกาแฟ' ทุกชนิด

โรงงานแห่งนี้จะติดตั้งเทคโนโลยีการสกัดกาแฟที่ล้ำสมัยที่สุดของเนสท์เล่ เทคโนโลยีการเก็บรักษากลิ่นกาแฟที่ทันสมัย รวมถึงระบบอัตโนมัติขั้นสูง ซึ่งประกอบด้วยระบบหุ่นยนต์ และคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับจัดเก็บและเลือกหาสินค้า (ASRS) นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบควบคุมกระบวนการทำงานขั้นสูง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเสถียรในทุกขั้นตอนการผลิตในโรงงาน

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2561 ถึง 2568 เนสท์เล่ได้ลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 2.78 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถด้านการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารสัตว์เลี้ยง

นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังเป็นผู้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้ารายใหญ่ของประเทศไทยมาเป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษ และยังคงสนับสนุนเกษตรกรในประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการกระจายต้นกล้ากาแฟคุณภาพที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยกาแฟของเนสท์เล่ นอกจากนี้ เนสท์เล่ยังส่งเสริมการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อช่วยรองรับแนวโน้มการบริโภคกาแฟที่เพิ่มขึ้นในตลาด และลดช่องว่างปริมาณกาแฟที่เพาะปลูกในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาค อุตสาหกรรม โดยล่าสุด เนสท์เล่ได้ส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

'เนสท์เล่' ลงทุนใหญ่ 2.3 หมื่นล้าน ปั้นโรงงานแห่งใหม่ผลิต 'เนสกาแฟ' ทุกชนิด

เนสกาแฟ เป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำระดับสากลที่ก่อตั้งขึ้นโดยเนสท์เล่ในปี พ.ศ. 2481 และได้เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2516 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เนสกาแฟได้ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กาแฟอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเนสท์เล่ในการดำเนินงานตามความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การประกาศลงทุนใหญ่ “หมื่นล้าน” ของ “เนสท์เล่” ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างฐานทัพการผลิตเป็นของตัวเอง หลังจากที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุนไทยตระกูลใหญ่ “มหากิจศิริ” ภายใต้บริษัทร่วมทุนอย่าง บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด หรือ  QCP  ทว่า กว่า 1 ปีที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาทของทั้ง 2 ฝ่าย จนนำไปสู่การ “แตกหัก” ทางธุรกิจ เกิดคดีความฟ้องร้องกันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และปัจจุบันเรื่องราวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม 

ด้านตลาดกาแฟของเมืองไทยมีการอ้างอิงตัวเลขดับ 6.5 หมื่นล้านบาท(กาแฟในบ้านและนอกบ้าน) โดยกาแฟเนสกาแฟถือเป็นเบอร์ 1 ของกาแฟในบ้าน ทั้งกาแฟผงปรุงสำเร็จ กาแฟผงสำเร็จรูป ฯ