วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขึ้นตามภูมิภาค หุ้นรายงานพิเศษ SISB (20 ก.ค. 65)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงแรงถึง -20 จุด แต่มีแรงช้อนซื้อ ทำให้ดัชนีลดช่วงลบลง เหลือ -11 จุด ปัจจัยกดดันมาจากประเด็น บริษัท แอปเปิล วางแผนชะลอจ้างงาน-การใช้จ่าย รับมือแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่อย่าง เมตา แพลตฟอร์มส์ และเทสลา อิงค์

โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวกดดันตลาดได้แก่ กลุ่มพลังงาน ธนาคาร และอาหาร จากข่าวที่ว่าราคาหมู ไก่ อาจถูกคุมราคาส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,533.43 จุด -11.38 จุด -0.74% มูลค่าการซื้อขาย 57,611 ลบ.ต่างชาติ -1,562.83 ลบ. TFEX -19,013 สัญญา ตราสารหนี้ -1,335.04 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 754.44 จุด +2.43% ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทที่ดีกว่าคาด รวมถึงบริษัทฮัลลิเบอร์ตัน ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐ และเน็ตฟลิกซ์ผู้ให้บริการสตรีมมิงสื่อบันเทิงรายใหญ่ของสหรัฐ
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.62 ดอลลาร์ +1.6 % ปิดที่ 104.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ที่ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว
+ สหรัฐปรับเพิ่มอันดับของไทยให้อยู่ในระดับ "เทียร์ 2" (Tier 2) หลังจากที่ไทยถูกลดระดับสู่ "เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง" (Tier 2 Watch List)
+ รัสเซียจะกลับมาส่งก๊าซให้แก่สหภาพยุโรป (EU) หลังซ่อมบำรุงประจำปีเสร็จสิ้นในวันที่ 21 ก.ค.แต่ต่ำกว่าระดับ 160 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นระดับการส่งก๊าซเต็มศักยภาพของท่อส่งดังกล่าว ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานในยุโรป หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์
+ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้คงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 34.94 บาท โดยเป็นการตรึงราคาต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

 

 

 

 

ปัจจัยลบ 

- สหรัฐรายงานตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 2% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 1.559 ล้านยูนิตต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2564 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.580 ล้านยูนิตได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ราคาวัสดุก่อสร้าง และการขาดแคลนแรงงาน
- ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 3.1% ในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งลดลงจากประมาณการที่ได้สำรวจเมื่อเดือนมิถุนายนที่คาดว่าจะโต 3.5%
+/- ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่รักษาในโรงพยาบาล 2,886 ราย เสียชีวิต 19 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้รีบาวนด์ตามดัชนีดาวโจนส์ที่ปรับตัวขึ้นหลังบริษัทพลังงานรายใหญ่ของสหรัฐประกาศผลประกอบการดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม การเกิด Inverted yield curve ระหว่างพันธบัตรสหรัฐอายุ 2 ปีและ 10 ปียังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนกังวล และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมสัปดาห์หน้า คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,530-1,547 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• กนง.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงครึ่งปีหลัง + หุ้นแบงก์ได้ประโยชน์จากธปท.เลิกเพดานจ่ายปันผลและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น เราชอบแบงก์ใหญ่ KBANK BBL KTB TISCO
• กังวลโควิด-19 ระลอกใหม่ : BH BDMS CHG BCH PRINC WPH
• หุ้นเด่น IAA Consensus : BBL BEM CPN KBANK
• ค่า Ft ขึ้นขณะที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวลง : GPSC BGRIM GULF

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                                      SISB
(Bloomberg Consensus 13.45 บาท)

•ปัจจุบันมีนักเรียน 2,750 คนเพิ่มขึ้นจากปลาย 1Q22 ที่ 2,622 คน โดยนักเรียนเริ่มกลับมาเรียนที่โรงเรียนเพิ่มขึ้นตามนโยบายภาครัฐทำให้มีรายได้จากค่าอาหารและกิจกรรมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ปีการศึกษา 2023 เริ่ม ส.ค. 22 ทางโรงเรียนได้ปรับเพิ่มค่าเล่าเรียน 5% หลังจากที่ไม่ได้ปรับขึ้นจากผลกระทบของ COVI-19

•ผู้บริหารเตรียมปรับเป้าจำนวนนักเรียนปลายปีขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียน 2,750 คนชนเป้าปี 22 แล้ว ขณะที่แผนการก่อสร้างโรงเรียนที่นนทบุรีและระยองยังเป็นไปตามแผนโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 23 ช่วยหนุนการเติบโตต่อเนื่อง

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการ 2Q22 หลังภาครัฐประกาศให้นักเรียนกลับเข้าเรียนที่โรงเรียน 100% และจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสามารถชดเชยค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาธนบุรีเฟส 2 ได้ นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มค่าเล่าเรียนอีก 5% และมีแผนเปิดโรงเรียนอีก 2 แห่งในปี 2566 เราจึงแนะนำ “ซื้อ”

 

หุ้นมีข่าว

(0) CBG (Bloomberg consensus 118.00 บาท) ไม่ห่วง กรณีแบงก์ชาติเมียนมาห้ามสั่งจ่ายหนี้ต่างประเทศ บิ๊ก "ร่มธรรม เศรษฐสิทธิ์" ยันไม่กระทบ เหตุซื้อขายเงินบาทผ่านตัวแทนจำหน่ายรายเดียว ปัจจุบันรายได้ในเมียนมาอยู่ที่ 25% ยืนยันลุยต่อเนื่องไม่ปรับกลยุทธ์ในเมียนมา มั่นใจผลงานครึ่งหลังโตต่อ ตลาดจีนโต 50-60% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) UBE (Bloomberg consensus 2.95 บาท) ดีมานด์เอทานอลสู่ปกติก่อนเกิดโควิด แถมได้ราคาดี ล็อกต้นทุนต่ำ ช่วยดันมาร์จิ้น แย้มความต้องการแป้งมันสำปะหลังและแป้งฟลาวดีต่อเนื่อง เร่งขยายตลาด มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตต่อ มีดีล M&A ต่อยอดธุรกิจ ปีนี้รายได้ตามเป้า 15-20% แผน 3 ปีแตะหมื่นล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KUMWEL (Bloomberg consensus - บาท) ชูสินค้านวัตกรรมครึ่งหลัง คาดดันยอดขายโตกระโดด เชื่ออุตสาหกรรมดิจิทัลดีมานด์ป้องกันล้น กอดแบ็กล็อกแน่น 100 ล้านบาท จ่อบุ๊กช่วงที่เหลือปีนี้ทั้งหมด ฟากผู้บริหารมองธุรกิจครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก มั่นใจยอดชนเป้า หรือโตไม่น้อยกว่า 20% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) NRF (Bloomberg consensus - บาท) เดินหน้าเสริมแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ เร่งลุยธุรกิจกัญชง-กัญชา, แพลนต์-เบส เต็มสูบ การันตีรายได้ปี 2565 โต 50% ยันบาทอ่อนไม่กระทบ เผยดีลลงทุน Tofurky จบภายใน 2 เดือนนี้ ดันแพลนต์-เบส ขึ้น Top 4 ในอเมริกา พร้อมนำบริษัทไปสู่การเป็น Global Clean Food Tech Company (ที่มา ทันหุ้น)