ในเดือนมิถุนายน ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตามการปรับตัวลงของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจากความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ และการรายงานข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัว
ทั้งนี้ ผลการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนบ่งชี้ไปในเชิงว่าสหรัฐจะยังเร่งขึ้นดอกเบี้ยอีก และจะมีการลดขนาดงบดุลลง ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย และตลาดหุ้นโลกปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายนจากการที่ราคาน้ำมันดิบเกิด correction ขนานใหญ่ ในขณะที่ค่าเงิน USD และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นจากการที่นักลงทุนปรับความคาดหมายเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ใหม่ ทั้งนี้ พอร์ตหุ้นของเราขยับเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนมิถุนายน ซึ่ง outperform ดัชนี SET ที่ลดลงถึง 5.4% ทั้งนี้ ใน 1H65 พอร์ตหุ้นของเรามีผลตอบแทนสะสมที่ 9.7% ในขณะที่ดัชนี SET ลดลง 5.1%
มุมมองตลาดเดือนกรกฎาคม: ตลาดจะยังผันผวน แต่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้นได้
ในเดือนกรกฎาคม เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะยังผันผวนหนัก แต่แนวโน้มหลักของดัชนี SET น่าจะยังฟื้นตัวได้หลังจากที่เกิด correction ไปในเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจความถี่สูงชะลอตัวลงในช่วงหลังมานี้ และผู้บริหารของ Fed ออกมาแสดงความเห็นในเชิง hawkish เราคิดว่านักลงทุนน่าจะยังเป็นกังวลกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะประสบภาวะถดถอย และเรามองว่าตลาดอาจจะยังค่อนข้างอ่อนแอในช่วงต้นเดือน อย่างไรก็ตาม เรายังคงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่น่าจะหดตัวแรง ซึ่งตามแบบจำลอง 'GDPNow’ ของ Fed สาขา Atlanta คาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP สหรัฐใน 2Q65 จะอยู่ที่ +0.3% QoQ SAAR ในขณะเดียวกัน การประชุม FOMC วันที่ 27 กรกฎาคมจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะมีอิทธิพลต่อทิศทางของตลาด เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่คาดกันว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 75bps เป็น 2.50% ในขณะเดียวกัน นักลงทุนควรต้องจับตาทิศทางค่าเงินบาทในเดือนกรกฎาคมอย่างใกล้ชิดเพราะการที่เงินบาทกลับทิศมาแข็งค่าขึ้นอาจจะทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้ามากขึ้นหลังจากที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิไปถึงเกือบ 3 หมื่นล้านบาทในเดือนมิถุนายน
หุ้นเด่นเดือนกรกฎาคม: เน้นหุ้น domestic ที่ฟื้นตัวได้ดี, หุ้นในธีมการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการเปิดเศรษฐกิจ
ถึงแม้ว่าตลาดจะยังคงมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง และอาจจะขยับลงได้ในเดือนนี้ แต่เรายังคงมองว่าตลาดหุ้นไทยมี downside จำกัด และนักลงทุนควรจะเริ่มซื้อสะสมหุ้น domestic ที่ฟื้นตัวได้ดี และหุ้นในธีมการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการกลับมาเปิดเศรษฐกิจเต็มรูปแบบตั้งแต่วันนี้ไป นอกจากนี้ เรายังชอบหุ้นกลุ่มอาหาร และเกษตร ซึ่งจะได้อานิสงส์จากราคาเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งตามไปด้วย สำหรับหุ้นเด่นที่เราเลือกลงทุนในเดือนนี้ได้แก่ KBANK*, KTB*, AOT*, MAJOR*, CPF*, TFG, ERW และ MBK









