วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บิตคอยน์ รีบาวด์แตะ 2 หมื่นดอลลาร์ - อีเธอเรียมเคลื่อนไหวที่ 1 พันดอลลาร์

บิตคอยน์ รีบาวด์แตะ 2 หมื่นดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% - อีเธอเรียมเคลื่อนไหวที่ 1 พันดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% หลังราคาร่วงลงต่ำสุดที่ระดับ 1.8 หมื่นดอลลาร์ในวันเดียว-นักลงทุนเทขายพอร์ตแตกรวม 316.71 ล้านดอลลาร์

เหรียญคริปโทเคอรร์เรนซี่ 2 อันดับแรกที่ครองมูลค่าตลาดมากที่สุด  รีบาวด์ขึ้นเหนือ 20,000 ดอลลาร์ และ 1,000 ดอลลาร์ ตามลำดับ หลังจากที่มีราคาปรับลดลงและขาดทุนในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ลดลง 34% และ 36% ตามลำดับ

บิตคอยน์ฟื้นตัวได้มากกว่า 15% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดที่นักลงทุนหลายคนกังวลใจที่ 17,772 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.65 ขึ้นมาอยู่ที่ 20,482 ดอลลาร์ ณ เวลารายงานตามดัชนีคอยน์มาเก็ตแคป  ส่วน ETH ซึ่งลดลงเหลือ 898 ดอลลาร์เมื่อวานนี้ ฟื้นตัวมากกว่า 25% เคลื่อนไหวที่ 1,130 ดอลลาร์ณ เวลารายงาน

บิตคอยน์มีการปรับลดลงในช่วงกลางเดือนมิ.ย. 2565 จนถึงแนวรับ 26,000 ดอลลาร์ ต่ำสุดเป็นครั้งแรกในรอบปี ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ก่อให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2565 ราคาลดลงต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์ จากนั้น 19,000 ดอลลาร์ จากนั้น 18,000 ดอลลาร์ ทั้งหมดภายในวันเดียว พร้อมกับ อีเธอเรียม ตกลงมาอยู่ที่ 898 ดอลลาร์ในบ่ายวันที่ 19 มิ.ย.2565  ซึ่งลดลงมากกว่า 46% ในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว

จากการปรับตัวลดลงของบิตคอยน์และอีเธอเรียม ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเทขายและนักลงทุนรายใหญ่ที่ได้รับความเสียหาย พอร์ตแตกจากการถูกล้างบัญชี ในบิตคอยน์และอีเธอเรียม ซึ่งมีนักลงทุน 84,694 คน ถูกล้างบัญชีรวมกว่า 316.71 ล้านดอลลาร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวจะผลักดันให้ราคาปรับลดลงไปอีก ซึ่งอาจทำให้เกิดการล้างบัญชีมากขึ้น 

บิตคอยน์ รีบาวด์แตะ 2 หมื่นดอลลาร์ - อีเธอเรียมเคลื่อนไหวที่ 1 พันดอลลาร์

บิตคอยน์และอีเธอเรียม รีบาวด์ขึ้นมายืนที่ระดับ 20,000 ดอลลาร์ และ 1,000 ดอลลาร์ ในวันนี้ ซึ่งชะลอการเทขายของนักลงทุนชั่วคราว แต่นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าบิตคอยน์สามารถปรับลดลงได้ต่ำถึง 13,800 ดอลลาร์ท่ามกลางภาวะตลาดขาลง

ความผันผวนของตลาดคริปโทและระยะเวลาของตลาดหมีที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งความผันผวนในตลาดคริปโทเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้นเดือน มิ.ย.2565 ที่ผ่านมา เมื่อเหรียญบิตคอยน์ที่ครองมูลค่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดมีราคาปรับลดลงไปพร้อมกับตลาดหุ้น ซึ่งตลาดคริปโทก็พยายามฟื้นตัวขึ้น

โดยการสูญเสียครั้งใหม่แต่ละครั้งทำให้เกิดความเสียหายจากความตื่นตระหนกในการลงทุน ทั้งเซลเซียส แพลตฟอร์มสินเชื่อคริปโทและบาเบล หยุดการถอนสำหรับลูกค้าทั้งหมด โดยอ้างถึงปัญหาสภาพคล่องที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้ง Three Arrows Capital บริษัทการลงทุนคริปโทรายใหญ่อาจเสี่ยงต่อการล้มละลาย