“อาคม” มั่นใจจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3% ชี้ภาคการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก พร้อมดันเอ็กซิมแบงก์ หนุนสภาพคล่อง 5 พันล้านบาท ต้นทุนต่ำไม่เกิน 5% แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชน หวังดันเป้าหมายส่งออกโต 10%
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ท่ามกลางปัญหาราคาอาหาร และพลังงานที่สูงขึ้นในประเทศ บวกกับ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย และปัญหาสงครามการค้าระหว่างประเทศขนาดใหญ่ในโลก แต่กระทรวงการคลัง ยังประเมินว่า จีดีพีของไทยในปีนี้ จะสามารถขยายตัวได้ที่ 3% โดยที่ภาคการส่งออกจะเป็นปัจจัยในการสนับสนุน
“ภาคการส่งออกนั้น เราทำได้ดีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และ ช่วงไตรมาสหนึ่งของปีนี้ เราก็สามารถขยายตัวได้ถึง 15% ก็เชื่อว่า ทั้งปีจะสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมาย”
เขากล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังได้พยายามสนับสนุนผู้ประกอบการภาคส่งออกให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดย 2 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนทั้งในเรื่องของสภาพคล่อง และการลดหย่อนภาษีต่างๆ ซึ่งในปีนี้ เราก็ยังพร้อมสนับสนุนสภาพคล่องต่อไป
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ จะได้เข้าไปสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการส่งออกที่เป็นซัพพลายเชนวงเงิน 5 พันล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถส่งออกในตลาดโลกได้
โดยวานนี้ (6 มิ.ย.)เอ็กซิมแบงก์ได้ลงนามความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ,สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ในโครงการความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการตลอด Value Chain ของภาคการส่งออก
เขากล่าวว่า ภาคส่งออกมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยในไตรมาสที่หนึ่ง ของปีนี้ การส่งออกของไทยขยายตัว 15 % ขณะที่ในช่วงนี้ผู้ส่งออกไทย ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน, และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ดังนั้น เอ็กซิมแบงก์ในฐานะที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐบาล จะเข้ามาช่วยสนับสนุนสินเชื่อไม่เฉพาะผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่จะช่วยเหลือตลอด Supply chain ของการส่งออก ตั้งแต่ต้นทางของผู้ผลิตวัตถุดิบเพื่อป้อนผู้ส่งออก ไปจนถึงผู้ประกอบการ ที่ซัพพลายชิ้นส่วนให้กับผู้ส่งออก
เขากล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระบบประมาณ 3.1 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ส่งออกไม่ถึง 1% ขณะที่การจ้างงานของประเทศโดยรวมมีประมาณ 17 ล้านคน เป็นการจ้างงานของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ถึง 12 ล้านคน หรือคิดเป็น 70 % ของการจ้างงานทั้งหมด
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการเอ็กซิมแบงก์ กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการนี้ คือ การสร้างผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอีให้ได้ถึง 1 แสนราย ภายใน 4 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีเอสเอ็มอีที่สามารถส่งออกได้ราว 3 หมื่นรายเท่านั้น
เขากล่าวต่อว่า วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกิน 5 % โดยจะให้สินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในกรณีเอสเอ็มอี รายนั้นเป็นสมาชิกของทั้งสามสมาคมดังกล่าว นอกเหนือจากการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ธนาคาร และสามองค์กรดังกล่าวยังได้ร่วมมือกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการจัดทำหลักสูตรพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ในโลกการค้ายุคใหม่
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ในปีนี้คาดว่า การขยายตัวของการส่งออกของไทย จะอยู่ที่ 5 % แต่ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยมีเป้าหมายอยู่ที่ 10 %
เขากล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนที่เคยมีปัญหาอุปสรรค ในปัจจุบันหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้แก้ไขปัญหา ปัจจุบันปัญหาได้คลี่คลายแล้ว
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ในโลกที่เปลี่ยนจาก Globalization มาเป็น Deglobalization ทำให้ส่งผลกระทบต่อ Supply chainในโลก ดังนั้นที่จะผลักดันการส่งออกของประเทศ เราจำเป็นต้องหันมามองในเรื่อง การสร้าง Security Supply Chain ของประเทศด้วย
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์








