คมนาคมเดินหน้าขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำร่องต้นปีหน้าดัน ทอท.เปิดประมูลสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก 7.8 พันล้านบาท เร่งเปิดให้บริการปลายปี 2568 รับผู้โดยสารฟื้นตัว ขณะที่อาคารด้านทิศเหนือ ลุ้นผลศึกษาไอเคโอ ก.พ.นี้
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของแผนพัฒนาขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า กระทรวงฯ ยังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น เพราะขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ มียอดจองการเดินทางเข้ามาแล้ว 50% ของปริมาณผู้โดยสารในปี 2562 จึงคาดว่าปีนี้จะมีผู้โดยสารเข้าไทยสูงถึง 22 ล้านคน
อย่างไรก็ดี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถือเป็นประตูด่านหน้าในการรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งหากว่าหลังจากนี้ตลาดจีนและรัสเซียกลับมาเดินทาง อาจทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลับมาแออัดอีกครั้งเหมือนในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ดังนั้นกระทรวงฯ ยืนยันว่าแผนลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจำเป็นต้องเร่งผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิม หรือการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ด้านทิศเหนือ (North Expansion)
สำหรับแผนพัฒนาในปัจจุบัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีความพร้อมการลงทุนส่วนของแผนขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่จะใช้งบประมาณลงทุนกว่า 7,830 ล้านบาท เมื่อสร้างแล้วจะสามารถรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคนต่อปี ซึ่งทราบว่าขณะนี้ ทอท.อยู่ระหว่างปรับแบบเพื่อออกแบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ให้สามารถรองรับผู้โดยสารกลุ่มที่จะเข้ามาใช้บริการก่อนเวลาในอาคารทิศตะวันออก สามารถเชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือได้
เบื้องต้นกระทรวงฯ ได้มีนโยบายไปกำชับว่า ทุกอาคารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ซึ่งภายหลังจากขั้นตอนหลังปรับแบบแล้วเสร็จ ทอท.จะนำแบบที่ปรับปรุงส่วนนี้มารายงานกระทรวงคมนาคม ก่อนเสนอไปยังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เพื่อเห็นชอบต่อไป ดังนั้นจึงคาดว่าแผนพัฒนาอาคารส่วนนี้จะสรุปได้ภายในต้นปี 2566
นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า แผนการลงทุนอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ วงเงิน 41,260 ล้านบาท ก็มีความสำคัญในการลงทุน เพราะจะสามารถเพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี และขยายได้ถึง 40 ล้านคนต่อปี ทราบว่าปัจจุบัน ทอท.ยังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่ง ทอท. ได้มีการว่าจ้างเพื่อให้มีการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2566 หลังจากนั้นจะนำมาวิเคราะห์รวมกับผลการศึกษาของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างปรับแบบของสายพานลำเลียงในอาคารผู้โดยสารหลังเดิมด้านทิศตะวันออก เพื่อให้รองรับผู้โดยสารกลุ่มที่เดินทางมาท่าอากาศยานเพื่อเช็คอินก่อนเวลา ซึ่งระบบสายพานจะรองรับรอก่อนเวลาได้นานถึง 12 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ทอท.คาดว่าจะปรับแบบสายพานแล้วเสร็จ เพื่อเปิดประมูลจัดหาผู้รับเหมาได้ประมาณต้นปี 2566 หลังจากนั้นจะเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทันทีเพื่อให้แล้วเสร็จในปี 2568 เพื่อรองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารที่กลับมาขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะกลับไปเทียบเท่าปริมาณการเดินทางในปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 2568 ดังนั้นการขยายอาคารผู้โดยสารส่วนนี้จะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 15 ล้านคนต่อปี









