แบงก์กรุงเทพ มั่นใจสินเชื่อเข้าเป้าที่ 4-6% ตามเศรษฐกิจที่มีทิศทางฟื้นตัวขึ้น คาดสำรองยังอยู่ระดับสูงที่ 2.6 หมื่นล้านบาท เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน ลั่นคุมหนี้เสียอยู่หมัดไม่เกิน 4% ปีนี้
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ตามลำดับ จากมาตรการของภาครัฐที่ได้ดำเนินการไปเพื่อดูแลให้คนมีโอกาสฉีดวัคซีนมากขึ้น
ส่งผลให้สามารถเริ่มเปิดประเทศได้ นักท่องเที่ยวก็จะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ก็จะส่งผลดีกับธนาคาร และลูกค้าของธนาคารให้ดีขึ้นด้วย
ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารกรุงเทพ พยายามสนับนุนลูกค้าของธนาคารอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้า ภาคธุรกิจเกิดการปรับตัว กับสิ่งแวดล้อม และภาวะแวดล้อม
รวมถึงความต้องการต่างๆ ที่เปลี่ยนไป ผ่านการให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สินเชื่อระยะยาวหรือเทอมโลนต่อเนื่อง ขณะเดียวกันที่ผ่านมา กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ก็มีการดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจเพื่อลดความผันผวนต่างๆ ที่เกิดขึ้น
สำหรับภาพรวมสินเชื่อปีนี้ ธนาคารคาดว่า ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย ที่คาดเติบโตได้ราว 4-6% โดยคาดสินเชื่อรายใหญ่ และรายย่อยจะขยายตัวอยู่ที่ 4-6% ขณะที่เอสเอ็มอี 1-3%
สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 3-4% เช่นเดียวกันสำรองที่คาดว่าจะยังอยู่ในกรอบที่วางไว้ ที่ระดับ 2.6 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ ลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ก็ยังอยู่ระดับสูง หากเทียบกับภาวะปกติ เพื่อให้เกิดความระมัดระวังเพื่อสามารถดูแลความผันผวนที่เกิดขึ้นได้
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ภายใต้เศรษฐกิจฟื้นตัว ธนาคารยังประเมินว่ายังอยู่ในกรอบที่สามารถบริหารจัดการได้
โดยคาดว่าเอ็นพีแอลทั้งปี 2565 จะคุมอยู่ไม่เกินระดับ 4% จากไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.3% โดยมองว่าหนี้เสียในปัจจุบันยังเป็นระดับที่บริหารจัดการได้ ผ่านการบริหารเองของธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ธนาคารก็มีการมองไปถึงแนวทางการบริหารหนี้เสียช่องทางอื่นๆ เช่น การบริหารผ่าน การตั้งบริษัทร่วมทุนเอเอ็มซี หรือ JVAMC โดยที่ผ่านมา มีการหารือร่วมกับบริษัท AMC เช่นเดียวกัน ก็ถือเป็นออฟชันที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
ส่วนการเข้าไปลงทุนผ่านการซื้อกิจการธนาคารในประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นไปตามคาดหวังของธนาคาร เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรถึง 270 ล้านคน ทรัพยากรมากและเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์มากจากราคาสินค้าเพิ่มขึ้น
ดังนั้นโอกาสที่แบงก์จะสามารถขยายฐานลูกค้า และรองรับลูกค้าที่ออกไปลงทุนต่างๆ มีมากขึ้น
ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีการขึ้นดอกเบี้ยนั้น มองว่าข้างหน้า เฟดคงมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อให้ดอกเบี้ยกลับไปสู่ระดับปกติ ที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นการส่งสัญญาณล่วงหน้าของเฟด ก็เพื่อไม่ให้เกิดความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในตลาดการเงินได้ ส่วนธนาคารกรุงเทพ ก็ยังมองว่า ยังคงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำต่อ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าของธนาคาร
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์









