“หุ้นไทย” ปิดตลาด (6 พ.ค. 65) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,627.61 จุด ปรับตัวลดลง 15.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.95% มูลค่าการซื้อขาย 42,520.04 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,634.65 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,617.94 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- SCB ปิดที่ 114.00 บาท ลดลง 1.30%
- KBANK ปิดที่ 147.00 บาท ลดลง 0.34%
- AOT ปิดที่ 66.75 บาท ลดลง 0.74%
- EA ปิดที่ 84.00 บาท ลดลง 3.45%
- BANPU ปิดที่ 12.30 บาท ลดลง 0.81%
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับลงตาม Sentiment ต่างประเทศ หลังจากตลาดกลับมาไม่มั่นใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปเดือนมิ.ย.ที่ 0.5% หรือจะปรับขึ้นมากกว่านั้น
เนื่องจากเงินเฟ้อยืนในระดับสูงจากความไม่แน่นอนรัสเซีย - ยูเครนยังยืดเยื้อ และโอเปคพลัสคงระดับการเพิ่มกำลังผลิตส่งผลให้ราคาน้ำมันยืนระดับสูงเกิน 110 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่วนจีนก็ยังไม่เห็นพัฒนาการคลายล็อกดาวน์เมืองใหญ่ทำให้ตลาด Reaction ในเชิงลบ
ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ ก็ออกมาแผ่วๆ รวมถึงบ้านเราก็เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/65 ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนลง
แนวโน้มการลงทุนช่วงบ่าย คาดว่า ตลาดน่าจะยังเคลื่อนไหวในแดนลบต่อไป
ให้แนวรับไว้ที่ 1,600-1,617 จุด และแนวต้าน 1,638-1,645 จุด
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์








