วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

ฤดูม็อบมาถึงแล้ว “สนธิ” ลงถนนในวัย 79 เหมือนฉายหนังซ้ำ จากล้ม “ระบอบทักษิณ” สู่เกมเขย่าขวัญ “รัฐบาลอนุทิน” ได้กลิ่นแฟลชม็อบ “ไอลอว์” ผนึก “ส้ม” กดดัน “กกต.” สั่งฟ้องโกง สว. ปูทางลงถนน ตั้งเป้าไม่เอา “ระบอบสีน้ำเงินแท้” 

เหมือนมาฆบูชาทางการเมือง เมื่อ “ม็อบเหลืองแก่” และ “ม็อบแนวร่วมส้ม” พร้อมกันลงถนนล้ม “ระบอบสีน้ำเงิน” โดยมิได้นัดหมาย

วันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. 2569 “สนธิ ลิ้มทองกุล” พร้อมแกนนำ คปท. ประเดิมไล่ยิวเทา โดยจะไปยื่นหนังสือพร้อมอ่านแถลงการณ์ที่สถานทูตอิสราเอล กรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.นี้ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” แกนนำกลุ่มไอลอว์ ชวนประชาชนร่วมกิจกรรม #สั่งฟ้องโกงสว #สั่งฟ้อง229 เดินเท้าระยะทาง 11 ก.ม. จากออฟฟิศไอลอว์ ถนนลาดพร้าว ถึงหอศิลปวัฒนธรรม กทม. ย่านสยาม เป็นการอุ่นเครื่องรอฟังผลการลงมติของ กกต. ในวันถัดไป 

ตัดภาพไปที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.นี้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย “นิติธร ล้ำเหลือ” และ “พิชิต ไชยมงคล” แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เปิดการแถลงข่าวทิศทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “เอาประเทศไทยของเราคืนมา”

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

“สนธิ” ร่ายยาวกล่าวหารัฐบาลอนุทิน บริหารประเทศล้มเหลว ปล่อยให้มียิวเทา จีนเทา เข้ามายึดครองประเทศไทย รวมถึงโยงไปถึงคดีฮั้ว สว. โกงสอบท้องถิ่น และเขากระโดง

ดังนั้น “สนธิ” และกลุ่ม คปท. จะเริ่มจากการให้ความรู้ประชาชนเป็นรายประเด็น รอสถานการณ์สุกงอมจึงจะนัดหมายประชาชนลงถนน “ไม่ได้ล้มรัฐบาล แต่ต้องอยู่ไม่เป็นสุข” 

มีข้อสังเกตว่า “สนธิ” ได้พาดพิงถึงคนที่เคยร่วมขับไล่รัฐบาลทักษิณ กลับเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำ ซึ่งไม่ต่างจากระบอบทักษิณ มิหนำซ้ำยังร้ายแรงกว่า

หลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) สลายตัวไป บรรดาแกนนำคนเสื้อเหลืองและแนวร่วม ต่างแยกไปตามวิถีทางของแต่ละคน มีแกนนำบางคนเสียชีวิต

ระยะหลัง “สนธิ” กลับมาทำหน้าที่ประจำการบ้านพระอาทิตย์ จัดรายการสนธิทอล์คผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และสวมหมวก “ยามใหญ่” ในฐานะที่ปรึกษามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

ปี 2568 สนธิพยายามฟื้นอดีตจัดเวที “ความจริงมีหนึ่งเดียว” ที่หอประชุมเล็ก (ศรีบูรพา)  ธรรมศาสตร์ ในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งผู้ที่มาฟังสนธิเดี่ยวไมค์ ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อเหลืองสูงวัย 

 

ส่องกล้องพลังอนุรักษ์

กลางปี 2568 มีสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ตามมาด้วยคลิปเสียงสนทนาระหว่างแพทองธารกับสมเด็จฮุน เซน ที่มีเนื้อหาเหมือนยอมอ่อนข้อให้กัมพูชา และลดทอนเกียรติภูมิของกองทัพไทย

คลิปเสียงดังกล่าว กลายเป็นเชื้อไฟปลุกกระแสชาตินิยม และก่อให้เกิดการรวมตัวของพลังอนุรักษนิยมในนาม “กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย”

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ประมาณ 40 คน ล้วนผ่านการลงถนนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น จตุพร พรหมพันธุ์ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นิติธร ล้ำเหลือ พิชิต ไชยมงคล นัสเซอร์ ยีหมะ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แก้วสรร อติโพธิ แซมดิน เลิศบุศย์ ฯลฯ

ตอนนั้น “สนธิ” ส่ง ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ไปร่วมเป็นแกนนำกลุ่มรวมพลังฯ และตัวเขาเองก็ไปขึ้นเวทีปราศรัยในที่ 28 มิ.ย. 2568 ที่มีการชุมนุมใหญ่ “รวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตยไทย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ต่อมา มีการชุมนุมรวมพลังแผ่นดินครั้งที่ 2 สนธิไม่ไปขึ้นเวที แต่ก็ยังมีปานเทพไปร่วมปราศรัยด้วย นัยว่า สนธิและแกนนำบางคน มีความคิดเห็นไม่ตรงกันในบางประเด็น

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

จากม็อบรวมพลังแผ่นดินฯ จนมาถึงม็อบเสื้อเหลืองคืนชีพ สนธิเชิญแค่ “ทนายนก” นิติธร ล้ำเหลือ และ “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล ไปปรึกษาหารือเรื่องทิศทางการเคลื่อนไหวที่บ้านพระอาทิตย์ 

ด้านหนึ่ง “ทนายนกเขา” ก็ได้นัดหมายแกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ประมาณ 10 กว่าคน มาปรึกษาหารือเรื่องบ้านเมืองที่ร้านครัวกรุงเทพ ใกล้ BTS พญาไท โดยทุกคนเห็นว่า สถานการณ์การเมืองยังไม่สุกงอมที่จะปลุกมวลชนลงท้องถนน จึงเสนอให้จัดเวทีเสวนาเป็นระยะๆ

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

ส่วน “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไม่ได้ไปร่วมสังสรรค์กับกลุ่มใด และขอดูสถานการณ์หลัง 14 กันยา และ 28 กันยา (วันนัดฟังคำสั่งคดีบัตรเลือกตั้ง)เสียก่อน จึงจะตัดสินใจทางการเมือง 

 

เวลาเปลี่ยนคนไม่เปลี่ยน

จุดเริ่มต้นที่การเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลทักษิณ ของสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร” เดือน ก.ย. 2548 ไม่ต่างจากการคัมแบ็กพร้อมกับแคมเปญ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” 
 
สนธิใช้เวลาจุดไฟในนาครอยู่พักหนึ่ง จึงจัดการชุมนุมใหญ่ 4 ก.พ. 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และมีการเดินขบวนไปถวายฎีกาถวายคืนพระราชอำนาจ

ถัดมา กลุ่มเอ็นจีโอ-นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ได้เข้ามาร่วมมือกับสนธิ กลายเป็น “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (พธม.) มีการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลทักษิณต่อเนื่อง และนำไปสู่การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 

บทจบของ “ม็อบสนธิ 69” จะเหมือนเดิมหรือไม่ ยังคาดเดายาก แต่ที่แน่ๆคือ บริบทการเมือง พ.ศ.นี้ ต่างจาก พ.ศ.โน้น “ระบอบสีน้ำเงินแท้” (สำนวนของธิดา ถาวรเศรษฐ์) ก็ต่างจากระบอบทักษิณ

 

แฟลชม็อบสีส้มคืนชีพ

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ครบรอบ 1 ปีของ MOA พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ส่ง อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบทเรียนสุดเจ็บช้ำของพรรคส้ม และถูกหยามหยันว่า ไร้เดียงสาทางการเมืองมาจนถึงบัดนี้

หลัง “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รับบทหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านรอบใหม่ จึงเปิดศึกบู๊ขั้วสีน้ำเงิน เรียกคะแนนนิยมกลับคืนมา  

ม็อบ 2 ขั้ว 'สนธิ' คัมแบ็ก! 'ไอลอว์' ลุยโจทย์ร่วม 'ล้มน้ำเงิน'

“ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน จับมือ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดโปงมหากาพย์โกง สว. อันเป็นดอกผลของ “ระบอบสีน้ำเงินแท้”

ความหมายของ “สีน้ำเงินแท้” ในมุมมองของ “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” อดีตซ้ายไทย และ “เป๋า ยิ่งชีพ” เหมือนกันคือ มากกว่าสีประจำพรรคภูมิใจไทย

คาดหมายว่า “แฟลชม็อบ” หรือม็อบด้อมส้มตามธรรมชาติ ที่เคยคึกคักช่วงปี 2563-2564 จะกลับมา เพราะมวลชนขาประจำของไอลอว์ ก็ล้วนแต่มาจากกลุ่มราษฎร กลุ่มทะลุวัง กลุ่มทะลุฟ้า ฯลฯ

ยังไม่ทันถึงเดือนตุลาอาถรรพ์ ก็มีปรากฏการณ์ “ม็อบต่างขั้วสี” นัดลงถนนพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ “เป้าหมาย” ย่อมแตกต่างกัน โดยธงอุดมการณ์

นับจากวันที่ 14 กันยา รัฐบาลอนุทิน จะถูกท้าทายด้วยเกมการเมืองท้องถนน และจะสะท้านสะเทือนไปถึงไหน ๆ ต้องติดตามฉากต่อไป