"สภาฯ" ถกงบฯ70 สองวัน ผ่านแค่ 19 มาตรา เตรียมพิจารณาต่อวันนี้ เริ่มที่ ก.มหาดไทย ด้าน "ปชน.-ภท." ยังชุลมุนไม่เลิก ปม โครงการบ่อน้ำบาดาล ภท. กวาดเยอะสุด
ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ที่ได้พิจารณาต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 7-8 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า ผ่านการพิจารณา ไปได้เพียง 19 มาตรา โดยแบ่งเป็นการพิจารณา วันที่ 7 กันยายน ผ่านพิจารณา 12 มาตรา ขณะที่การพิจารณาวันที่ 8 กันยายน ผ่านการพิจารณา ไปเพียง 7 มาตรา ซึ่งต่ำกว่าที่วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาลตกลงไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับมาตราที่ใช้เวลาพิจารณานาน คือ มาตรา 17 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่พบว่ามีสส.พรรคภูมิใจไทย ลุกอภิปรายตอบโต้การอภิปรายของ สส.พรรคประชาชน เช่น นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เปิดประเด็นเกี่ยวกับโครงการเจาะบ่อน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ของบประมาณ 1,501 ล้านบาทเศษ คิดเป็นการเจาะบ่อน้ำบ่าดาล รวม 281 โครงการ ซึ่งพบว่าอยู่ในพื้นที่ ที่มีสส.ของพรรคภูมิใจไทย ถึง 141 โครงการ คิดเป็น 861 ล้านบาท หรืออ 57.39% ของบบประมาณ
โดยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจง ว่า นายณัฐชา เคยถามในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณแล้ว และได้รับคำชี้แจง ทั้งนี้พวกเราเป็น สส. เขตรู้ดีว่าปัญหาของประชาชนเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ น้ำบาดาลไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำสำหรับทำเกษตร
“ทำไมโครงการน้ำบาดาลเหล่านี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงบรรจุอยู่ในพื้นที่ที่บอกว่าอยู่ในพื้นที่ของ สส. พรรคภูมิใจไทย มากกว่า สส. พรรคประชาชน เราต้องยอมรับความจริงว่า สส.เขต พรรคภูมิใจไทย มีทั้งหมด 172 เขต ส่วนพรรคประชาชนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และที่สำคัญ สส.เขต พรรคภูมิใจไทยส่วนใหญ่อยู่ทุกภาค เป็นพื้นที่ชนบท เวลาลงพื้นที่พบปัญหาก็ประสานไปยังหน่วยงานราชการ ส่วนพื้นที่ใดจะขุดเจาะได้ไม่ได้ ก็อยู่ที่กระบวนการวิธีการของหน่วยงานราชการนั้นๆ สส. ไม่มีอำนาจที่จะเอางบลงตรงนั้นตรงนี้ หวังว่าประเด็นนี้คงจะเป็นที่เข้าใจของประชาชนว่าทำไมน้ำบาดาลจึงอยู่ในพื้นที่ สส. พรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคประชาชน” นายบุญจง ชี้แจง
ด้านนายณัฐชา ใช้สิทธิ์พาดพิงว่ารายละเอียดที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งให้นั้น ไปลงในแผนที่ และปรากฏว่าเป็นเขตพรรคภูมิใจไทย ไม่ตรงกับแผนที่เรื่องพื้นที่เสี่ยงการเกิดภัยแล้ง ที่บอกว่าพรรคมี สส. มากกว่า แต่เมื่อดูพรรคร่วมรัฐบาล เหมือนไม่เกรงใจกัน เพื่อนอุตส่าห์ยกมือให้เป็นนายกฯ ไปอยู่ร่วมรัฐบาลกัน แต่ไม่เห็นหัว
จากนั้น นายเลิศศักดิ์ กล่าวตักเตือนว่า ท่านกำลังพาดพิงพรรคการเมืองอื่นอยู่ ทำให้ นายณัฐชา ระบุว่า ”ผมกำลังพาดพิงทวงสิทธิ์ให้พรรคร่วมรัฐบาล ไม่งั้นท่านยกมือให้เขาเป็นรัฐบาลอย่างเดียว แล้วเขาก็ฟาดเรียบ นี่แหละระบอบสีน้ำเงิน ที่บอกว่าฟาดเรียบ แดกไม่เหลือ“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมหลังจากนั้นเป็นประเด็นตอบโต้ เกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ของสส.ที่ได้โครงการมากกว่ากัน ซึ่งนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ร่วมประท้วงว่า “ท่านเองก็รู้ในเหตุผลว่าท่านเลือกตั้งได้น้อย แล้วพื้นที่ของท่านก็อยู่ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ท่านจะมีพื้นที่ที่ไหน เพราะตัวท่านก็เป็นปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ได้ตากดินตากหญ้าลุยเหมือนพวกผม ดังน้นอย่าใส่ร้ายส่อเสียด”
ด้านนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า “ผมยกมือตั้งนานแล้ว ยกตั้งแต่ปลาหมอคางดำแล้ว ผมอยากรู้ว่าเป็นไอดอลอย่างไร ปลาหมอคางดำเต็มประเทศแล้ว ยังปราบไม่หมด ไม่เอาใครก็ได้“ พร้อมท้วงติงประธานว่า “ปล่อยให้เขาเสียดสีตลอด ปล่อยให้ว่าพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ตั้งแต่พื้นที่ อย่าคิดว่าเสียงดังฟังชัด ผมก็เสียงดังเหมือนกัน สิ่งที่เป็นอนุสรณ์ สิ่งที่เป็นศักดิ์ศรีของ สส.ทั้งหมด มีศักดิ์ศรีเท่ากัน จะด่าเพื่อนคนเดียวไม่ได้ ฉะนั้น ขอให้ท่านช่วยวินิจฉัยหน่อยว่าพูดผิดหรือถูก”
ทำให้นายณัฐชา ตอบโต้ว่า “ผมเสียดสีอะไร เมื่อสักครู่ผมเสียดสีอะไร เอาให้ชัดที่ท่านประท้วง ให้ผมเสียดสีอะไร ต้องระบุให้ชัด”
ทั้งนี้ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พยายามควบคุมการประชุมโดยปิดไมโครโฟนของทุกฝ่าย และย้ำให้ลงมติในมาตราดังกล่าว
น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงนายณัฐชาตอนหนึ่งว่า ที่ท่านบอกว่าพรรคไหนได้ พรรคโน้นได้ พรรคท่านไม่ได้นั้น มาดูสัดส่วนของเพื่อนสมาชิกที่รัก ท่านมี สส.เขตทั้งหมด 88 ท่าน เป็น สส.ใน กทม. 33 ท่าน สส.ปริมณฑล 32 ท่าน และ สส.ในเขตเมืองต่างๆ 9 ท่าน รวม 74 ท่าน พวกท่านใช้ประปานครหลวง ประปาภูมิภาค ท่านไม่รู้หรอกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามเขา ตามชายแดนพื้นที่ต่างๆ นั้น เขาใช้ประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา ซึ่งเขามีความจำเป็นต้องของบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไมท่านไม่ได้ เพราะท่านอยู่ในเมือง ท่านใช้ประปานครหลวง ท่านใช้ประปาภูมิภาค หากท่านจะขอก็ขอได้
น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวต่อว่า กลับมาที่เพื่อนสมาชิกอีกฟากหนึ่ง ทำไมสัดส่วนถึงไม่เท่ากัน ที่ตนต้องอธิบายเพราะเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ในห้องประชุมนี้ มันเริ่มมาตั้งแต่ห้องประชุมกรรมาธิการ ก่อนหน้าหน้านั้นมีการประชุมงบประมาณ เป็นเรื่องเดิม คำถามเดิม อธิบายแบบเดิม ตอบแบบเดิม แต่มาทำการเมืองซ้ำๆ อย่างนี้ เน้นคอนเทนต์ไม่ได้
“สส.แต่ละพรรคไม่เท่ากัน สัดส่วนจึงไม่เท่ากัน หากไปดูในส่วนของพรรคกล้าธรรมในส่วนของงบกลาง พรรคกล้าธรรมได้มากที่สุดหากเทียบกับสัดส่วนของ สส. แต่เราไม่ได้พูดอะไร เพราะประโยชน์ไปตกกับประชาชนที่รออยู่ รอโอกาสที่จะได้ใช้น้ำสะอาด น้ำประปาดื่มได้ น้ำกินน้ำใช้ที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐาน” น.ส.พิมพ์ภัทรา ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศยังคงเป็นไปอย่างวุ่นวาย จนในที่สุดใช้การตัดสินด้วยการลงมติ ซึ่งเสียงข้างมากเห็นชอบกับที่กมธ.แก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 70 จะพิจารณาต่อเนื่องในวันนี้ (9 กันยายน) เป็นวันที่สาม โดยจะเริ่มที่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย





