มายาการเมืองเรื่อง “บัญ” ฉากชีวิตนักรบเกาะกงชื่อ “เตีย บัญ” ประชันซีรีส์แห่งชาติของ “ฮุน เซน” 2 ผู้ยิ่งใหญ่วัดบารมีวัดเรตติ้ง
จับตาขาลง “ฮุน เซน” หลังพ่ายศึกไทยยก 2 บ้านใหญ่ “แซ่เตีย” เขมรพูดไทย เหมือนหอกข้างแคร่ตระกูล “ฮุน” ทั้งรักทั้งระแวง
ชั่วโมงนี้ ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่น่าไว้วางใจ “สถานการณ์เปราะบางยิ่ง” เชื้อไฟสงครามพร้อมปะทุขึ้นได้ทุกจุด
ปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ “สมเด็จพิชัยเสนาเตีย บัญ” อดีต รมว.กลาโหมกัมพูชา ก็ไปเยือนจีน เชื่อมความสัมพันธ์ระดับพรรคคอมมิวนิสต์จีนและพรรคประชาชนกัมพูชา
หากติดตามสถานการณ์ในกัมพูชายามนี้ จะพบว่า “ฮุน เซน” ไปไหนก็จะต้องมี “เตีย บัญ” เดินเคียงข้างไปด้วยทุกหนแห่ง
ทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ว่าผู้ที่จะสั่นคลอนอำนาจของ ฮุน เซน มีด้วยกันหลายกลุ่ม รวมถึง “บ้านใหญ่เกาะกง”
สัปดาห์นี้ คอการเมืองเขมรได้ให้ความสนใจกับหนังเรื่อง “บัญ” (Banh) อัตชีวประวัติของ “เตีย บัญ” ที่จะเข้าในโรงหนัง Legend Cinemas กลางกรุงพนมเปญในวันศุกร์ที่ 17 ก.ค.นี้
จริงๆแล้ว หนังเรื่อง “บัญ” ได้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 โดย “เตีย บัญ” ยกครอบครัวมาชมหนังเรื่องนี้ รวมถึง “ฮุน มานี” ที่มาเป็นตัวแทนตระกูล “ฮุน”
บังเอิญเวลานั้น สถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา กำลังฉายซีรีส์ “ลูกผู้ชายในคืนวันเพ็ญ” (The Son Under the Full Moon) ที่สร้างจากชีวิตจริงของ “ฮุน เซน” สมัยเป็นเขมรแดง และมีฉากสำคัญคือ “บุน รานี” ให้กำเนิดลูกชาย “ฮุน มาเนต” ในคืนพระจันทร์วันเพ็ญ
หนังเรื่อง “บัญ” เลยไม่ได้ฉายต่อในโรงหนังหลังรอบปฐมทัศน์ และรอเวลาผ่านมา 1 ปี จึงได้กลับมาฉายในโรงใหญ่อีกหน
เบื้องหลังหนังการเมือง
“เตีย เสียม” ลูกชายคนโตของเตีย บัญ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่อง “บัญ” ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊ค Tea Siam เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 ว่า
“..ลูกๆรู้สึกตื่นเต้นอย่างแท้จริง ที่พ่ออนุญาตให้พวกเราสร้างหนังเรื่องบัญ (Banh) ไม่เพียงแต่จะเป็นการแสดงความกตัญญูและเคารพต่อประวัติศาสตร์อันยากลำบากของการต่อสู้ของพ่อเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าสำหรับคนรุ่นหลัง..”
ปีที่แล้ว ฝั่งเขมรปลุกกระแสชาตินิยม เตีย เสียม เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PTT (Cambodia) ได้ประกาศรีแบรนด์จาก PTT เป็น PEACE Petroleum
เตีย บัญ และภรรยา เตือนใจ ธรรมเกสร มีบุตร 3 คนคือ เตีย เสียม(เตีย สยาม) เตีย เซ็ยฮา(เตีย สิงหา) รองนายกฯควบ รมว.กลาโหม และเตีย กาญา(เตีย กัญญา)
เตีย เสียม หรือเตีย สยาม มาเรียนหนังสือและทำงานในเมืองไทย เขาจึงพูดภาษาไทยได้คล่องไม่ต่างจากบิดา
ดังนั้น แวดวงธุรกิจยานยนต์และรถแข่งในเมืองไทย รู้จัก “เตีย เสียม” หรือ “น้าสยาม” เป็นอย่างดี ซึ่งเขาเป็นเจ้าของสยามโปรโตไทป์ อู่แต่งรถแข่งครบวงจร ย่านคลอง 5 จ.ปทุมธานี
เตีย เสียม เลือกทางชีวิตสายธุรกิจและโลกความเร็ว แต่วันนี้ เขากลับมาสนใจการเมือง ด้วยกระแสชาตินิยมเขมร และอนาคตของบ้านใหญ่เกาะกง
วิถีลูกชายชื่อบัญ
เตีย บัญ เกิดที่ จ.เกาะกง เมื่อปี 2488 พ่อมีเชื้อสายจีน แม่เป็นคนไทยเกาะกง ยึดอาชีพทำนา ซึ่งตอนนั้น เกาะกงอยู่ใต้การปกครองของเขมรแล้ว
คำว่า “ไทยเกาะกง” นั้นมาจากประวัติศาสตร์ยุคล่าอาณานิคม เดิมทีเกาะกงคือ จ.ปัจจันตคิรีเขตร ของราชอาณาจักรสยาม ด้วยแรงบีบของเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส สยามต้องลงนามในพิธีสารปี 2447 ส่งมอบ จ. ปัจจันตคิรีเขตร ให้แก่ฝรั่งเศส
ชาวไทยจำนวนมากที่ไม่อยากอยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสได้อพยพมาอยู่ที่ อ.เกาะกูด และ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
สมัยเด็กๆ พ่อแม่ตั้งชื่อให้คือ “สังวาลย์” ในช่วงปลายสงครามฝรั่งเศส ด.ช.สังวาลย์ อพยพมาเรียนหนังสือที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ใช้ชื่อ ด.ช.สังวาลย์ หินกลิ้ง เมื่อสงครามจบก็กลับไปอยู่เกาะกง เปลี่ยนเป็น “เตีย สังวาลย์”
ในวัยหนุ่ม เตีย สังวาลย์ เข้าร่วมองค์กรทางการเมืองในนาม “พลพรรคไทยเกาะกง” ซึ่งตอนนั้นยังไม่ใช่ขบวนการคอมมิวนิสต์
จากนั้นพวกเขาต้องสู้รบกับทหารของสมเด็จพระนโรดมสีหนุ เพราะรัฐบาลไม่เป็นกลางจริง ปราบปรามประชาชน
ปี 2505 เตีย บัญ ได้เป็นหัวหน้าทหารพลพรรคไทยเกาะกง และวันหนึ่ง เขาถูกทหารรัฐบาลจับไปยิงทิ้งแล้วไม่ตาย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2508 ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่า “บัญ” (คำว่า บัญในภาษาเขมรคือ ยิง)
นี่คือที่มาของชื่อ “เตีย บัญ” และกลายเป็นชื่อหนังเรื่อง “บัญ” ซึ่งน้ำนมของแม่ทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพราะถูกทหารยิงแล้วไม่ตาย
แม้จะไม่ตาย เตีย บัญก็ต้องหลบหนีเข้าป่า ย้ายมาอยู่ จ.ตราด และ จ.ชลบุรี กระทั่งปี 2513 นายพลลอนนอลโค่นรัฐบาลสีหนุ เขาจึงได้กลับกัมพูชาอีกครั้ง
อนาคต 2 บ้านใหญ่เขมร
ช่วงปี 2518 พลพรรคไทยเกาะกงถูกเขมรแดงหักหลัง พวกเขาจึงหลบหนีเข้ามาอยู่ในเมืองไทย โดยได้รับการช่วยเหลือจาก “หน่วย 315” ของกองทัพไทย
ต่อมา พลพรรคไทยเกาะกงร่วมมือกับ “กลุ่มฮุนเซน” โค่นล้มเขมรแดงเมื่อต้นปี 2522 และได้มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา
ผู้มีอิทธิพลทางความคิดต่อเตีย บัญ และฮุน เซนมากที่สุดคือลุงใส่ หรือ ใส่ ภูทอง ชาวกัมพูชาเชื้อสายไทยเกาะกง
ใส่ ภูทอง ได้นำเอาความคิดปฏิวัติมาเผยแพร่ในเกาะกง ซึ่งลุงใส่กับพลพรรคไทยเกาะกง จะมีความใกล้ชิดกับทางเวียดนาม
8 ม.ค. 2522 มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา โดยเฮงสำริน ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ และลุงใส่ เป็นรองประมุขรัฐ ภายใต้ร่มธงพรรคประชาชนปฏิวัติกัมพูชา
ปี 2528 ลุงใส่เป็นผู้ที่เสนอชื่อฮุน เซน ซึ่งเวลานั้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมองเห็นแววความเป็นผู้นำ
หากไม่มีลุงใส่ ภูทอง ฮุน เซนก็ไม่ได้เป็นนายกฯ ฉะนั้น ฮุน เซนจึงไม่เคยทอดทิ้งเตีย บัญ คนสนิทของลุงใส่เช่นกัน
จากปี 2528 จนถึงปี 2566 ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรี เตีย บัญก็ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมผูกขาดมาโดยตลอดเช่นกัน
ปัจจุบัน เตีย บัญ ได้ส่งต่อตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ให้ลูกชายคนรองคือ เตีย เซ็ยฮา เหมือนฮุน เซน ที่ส่งต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ฮุน มาเนต
ในอนาคต “บ้านใหญ่” 2 ตระกูลนี้จะเกื้อหนุนค้ำจุน “อำนาจ” กันไปอย่างนี้หรือไม่ คนเขมรก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน


