วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงานผันผวน AI พึ่งพาหนี้: ทำไม ESG จึงสำคัญกว่าที่เคย

กระแส AI ที่ใช้เงินกู้เพิ่มขึ้นและวิกฤตพลังงาน ตอกย้ำความสำคัญของ ESG ทั้งด้านธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและพลังงาน ท่ามกลางกฎระเบียบใหม่อย่าง CBAM ที่ส่งผลต่อทิศทางการลงทุนอย่างยั่งยืน

KEY POINTS

  • การเติบโตของ AI ที่พึ่งพาเงินกู้มากขึ้นสร้างความเสี่ยงทางการเงินหากผลกำไรไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของธรรมาภิบาล (Governance) ในการบริหารความเสี่ยงและความโปร่งใส
  • วิกฤตพลังงานและความผันผวนของราคาที่สูงขึ้น ตอกย้ำความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และทำให้บริษัทที่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ที่ดีสามารถรับมือได้ดีกว่า
  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจาก AI ทำให้การบริหารจัดการพลังงานกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ และเชื่อมโยงความเสี่ยงด้านพลังงานเข้ากับหลักการ ESG โดยตรง
  • ความเสี่ยงจากทั้งสองประเด็นมาบรรจบกันที่หลักการ ESG ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ท่ามกลางกฎระเบียบใหม่ๆ เช่น CBAM และกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้น

ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ที่เพิ่งจัดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อกลางเดือนต.ค. IMF ได้ปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2569 ขึ้นเป็น 3.1% จาก 3.0% ในรายงานเดือนก.ค. โดยมีการลงทุนด้าน AI ช่วยชดเชยผลกระทบจากวิกฤติพลังงานในตะวันออกกลาง แต่การเติบโตกระจุกตัวอย่างมาก มีเพียง 32 ประเทศที่สร้างการเติบโตถึง 95% ของทั้งโลก และยังมีความเสี่ยงอีกหลายด้านที่อาจทำให้ตัวเลขออกมาแย่กว่าคาด ทั้งสงครามที่อาจยืดเยื้อ หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ภัยไซเบอร์ และสภาพอากาศสุดขั้ว

ที่น่าสนใจคือ AI ซึ่งเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจ ก็เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ IMF จับตามากที่สุดเช่นกัน รายงานด้านเสถียรภาพระบบการเงินของ IMF ชี้ว่าการลงทุนใน AI พึ่งพาเงินกู้มากขึ้นอย่างชัดเจน สัดส่วนการออกหุ้นกู้ระดับน่าลงทุนทั่วโลกของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากไม่ถึง 1% เมื่อปี 2567 หากการลงทุนหรือกำไรจาก AI ไม่เป็นไปตามที่คาด การปรับฐานอาจลุกลามไปทั่วตลาดการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง

ขณะที่วิกฤติพลังงานก็กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของการค้าโลก สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าราคาพลังงานที่สูงและเศรษฐกิจที่อ่อนแอจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันโลกปีนี้ลดลง 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน วิกฤตที่ยืดเยื้อจึงยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน

ในมุมของการลงทุน ทั้งสองเรื่องมาบรรจบกันที่หลักการ ESG โดยทั่วไป ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทที่บริหารจัดการการใช้พลังงานและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมได้ดี มีแนวโน้มรับมือกับราคาพลังงานที่ผันผวนได้ดีกว่า ยิ่ง AI ทำให้ความต้องการไฟฟ้าพุ่งขึ้นจน Big Tech ต้องเร่งทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาวและลงทุนในพลังงานหลายรูปแบบ การบริหารจัดการด้านพลังงานก็ยิ่งเป็นประเด็นที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ส่วนด้านธรรมาภิบาล บทเรียนจาก AI คือการเติบโตที่พึ่งพาเงินกู้มากเกินไปนั้นเปราะบาง การบริหารความเสี่ยงและความโปร่งใสจึงสำคัญขึ้น

นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ก็ยังมีอีกหลายประการ ทั้งมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรปที่บังคับใช้แล้วตั้งแต่ต้นปี 2569 รวมถึงร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งครอบคลุมทั้งภาษีคาร์บอนและระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังยกระดับการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนไปสู่มาตรฐานสากลของ FTSE Russell ทั้งนี้ พลังงานและ AI เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง เพราะ ESG ยังครอบคลุมประเด็นอื่นอีกหลากหลาย ทั้งการดูแลพนักงานและชุมชน ความปลอดภัยของข้อมูล ไปจนถึงความโปร่งใสของผู้บริหาร

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนระยะยาวและวางแผนลดหย่อนภาษีไปพร้อมกัน รวมถึงผู้ที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ตามเกณฑ์ปัจจุบันสำหรับการลงทุนภายในปี 2569 ให้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาท โดยผู้ลงทุนต้องถือครองหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีนับแบบวันชนวัน และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 

สำหรับ บลจ.ทาลิส เรามีกองทุนเปิด MEGA 20 ไทยเพื่อความยั่งยืน (MEGA20THAIESG) ซึ่งพิจารณาผลประเมินด้านความยั่งยืนในภาพรวม โดยไม่ได้เน้นลงทุนในธีมหรืออุตสาหกรรมใดเป็นการเฉพาะ กองทุนคัดเลือกหุ้นแบบ Rule-based จากหุ้นไทยที่ได้รับผลประเมินด้านความยั่งยืนในระดับสูง แล้วคัดกรองด้วยขนาดมูลค่าตลาดและปัจจัยพื้นฐาน เช่น รายได้ กำไร และฐานะทางการเงิน รวมถึงความเสี่ยงและสภาพคล่อง

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน