เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และธนาคารโลก ได้ร่วมลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือระยะ 5 ปี เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาและการฝึกอบรมด้านอาชีวศึกษา
โดยมุ่งพัฒนาทั้ง ทักษะพื้นฐานของผู้เรียนและผู้สอน ควบคู่กับการเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับความต้องการของตลาดแรงงาน ผ่านระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
เพราะในมิติเศรษฐศาสตร์มหภาค GDP จะไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนหากปราศจากการเพิ่มขึ้นของ “ผลิตภาพแรงงาน” (Labor Productivity) การศึกษาที่มีคุณภาพจึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการสังคม หากแต่เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมนุษย์ที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด เพราะแรงงานที่มีทักษะสูงคือปัจจัยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ขับเคลื่อนนวัตกรรม และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ข้อมูลเชิงประจักษ์ของธนาคารโลกระบุว่า ประเทศที่เผชิญภาวะประชากรสูงวัยอย่างรวดเร็วจะสูญเสียแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจทันทีหากคุณภาพการศึกษาถดถอย รายงานประเมินทักษะแรงงานล่าสุดสะท้อนว่า แรงงานไทยจำนวนมากยังขาดทักษะพื้นฐานชีวิต ทั้งการรู้หนังสือและทักษะดิจิทัล ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปิดช่องว่างความไม่ตรงกันของทักษะ” (Skills Mismatch) ซึ่งปัจจุบันเป็นต้นทุนแฝงมหาศาลที่ทำให้ภาคธุรกิจขาดแคลนกำลังคน ขณะที่บัณฑิตจบใหม่ตกงานหรือทำงานต่ำกว่าวุฒิ รวมทั้ง “การส่งผ่านความรู้สู่เทคโนโลยีขั้นสูง” โดยเฉพาะในกลุ่มสะเต็ม (STEM) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)จะช่วยดันอัตราการเติบโตของผลผลิตรวม (Total Factor Productivity - TFP) ให้ขยับขึ้น
แบบจำลองเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า การเพิ่มคุณภาพแรงงานและการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ สามารถเพิ่มอัตราการขยายตัวของ GDP ศักยภาพ (Potential GDP) ได้ถึง 0.5–1% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง การปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมทักษะแรงงานให้ยึดโยงกับตลาดจริงแบบ 100% ผ่านโมเดลความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ตามแนวคิด Doing Business in TVET (DOBIT) ที่เปิดให้ภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์แห่งอนาคต ชิปและเซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล และสุขภาพ เข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตร ลงขันงบประมาณ และรับประกันการจ้างงานตั้งแต่ในรั้วการศึกษา จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ต้องดำเนินการ
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมกันมอง “การศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์” เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะการก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงของประเทศไทย ประชาชนจำเป็นต้องมีทักษะที่ดีในการมีงานทำ ที่สามารถเพิ่มผลิตภาพสูงขึ้นได้ด้วย ดังนั้นการยกระดับการอาชีวศึกษาและการเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับภาคอุตสาหกรรมให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จะช่วยลดช่องว่างด้านทักษะ เพิ่มผลิตภาพ และช่วยให้แรงงานและภาคธุรกิจไทยสามารถปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกิดใหม่ได้ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยได้ในระยะยาว





