กลุ่มค้าปลีกยังมีแรงหนุนจากมาร์จินที่ขยายตัว คาดกำไรไตรมาส 3/69 โต 9% เร็วกว่ารายได้ที่โต 3% จากสินค้า High Margin คุมค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยลดลง ขณะที่ยอดขายสาขาเดิมมีลุ้นฟื้นใน Q4 รับไฮซีซัน
KEY POINTS
- กลุ่มค้าปลีกเติบโตได้จากอัตรากำไร (มาร์จิน) ที่ขยายตัว ซึ่งช่วยผลักดันกำไรแม้ว่ายอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว
- คาดการณ์กำไรในไตรมาส 3/69 จะเติบโต 9% ซึ่งเร็วกว่ารายได้ที่คาดว่าจะโตเพียง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ปัจจัยหนุนกำไรมาจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จินสูง การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
- การฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม
กลุ่มค้าปลีกยังได้แรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไร แม้ยอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว โดยมาร์จินที่ดีขึ้นจะช่วยผลักดันกำไรให้เติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของยอดขายในไตรมาส 4/69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันปลายปี จะเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม
ยอดขายสาขาเดิมเริ่มฟื้นตัวในบางกลุ่ม
ข้อมูลจากทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่ายอดขายสาขาเดิมโดยเฉลี่ยของหุ้นค้าปลีกที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 ดีขึ้นจากไตรมาส 2/69 ที่ลดลง 0.7%
กลุ่มห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้ายังแข็งแกร่งที่สุด โดยมียอดขายสาขาเดิมเติบโต 2% และ 4% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นเริ่มฟื้นตัว โดยยอดขายสาขาเดิมกลับมาทรงตัวในเดือนสิงหาคม จากที่ลดลง 1.5% ในไตรมาส 2/69
รายบริษัท BJC มีพัฒนาการของยอดขายสาขาเดิมดีขึ้นมากที่สุด จากยอดขายอาหารสด อาหารแห้ง และออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ CPALL ยังคงรักษาการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมได้แข็งแกร่ง
ด้านกลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งบ้านมีแนวโน้มอ่อนตัว โดย GLOBAL มียอดขายสาขาเดิมลดลง 7% ส่วน DOHOME เพิ่มขึ้น 5% จากฐานต่ำในไตรมาส 3/68 และคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติในเดือนกันยายน
คาดกำไรไตรมาส 3/69 โตเร็วกว่ายอดขาย
คาดว่ากำไรหลักรวมของกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 3/69 จะอยู่ที่ประมาณ 18,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยด้านฤดูกาล
แม้รายได้คาดว่าจะเติบโตเพียง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยกลุ่มห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าคาดว่ากำไรจะเติบโต 13% กลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน 11% และกลุ่มสินค้าจำเป็น 6%
ปัจจัยหนุนกำไร ได้แก่
· สัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น
· การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเข้มงวดขึ้น
· ดอกเบี้ยจ่ายลดลง
BJC มีแนวโน้มเป็นผู้นำการเติบโตของกำไร
คาดว่า BJC จะเป็นผู้นำการเติบโตของกำไร จากยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัว และกำไรจากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการในเวียดนาม
ขณะที่ CPALL, CPN และ CRC มีแนวโน้มรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่ง ส่วน DOHOME ได้ประโยชน์จากฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในไตรมาส 3/68 และ GLOBAL ยังได้แรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไร
ด้าน CPAXT เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มที่คาดว่ากำไรหลักจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาส 3/69
ไตรมาส 4/69 ลุ้นยอดขายสาขาเดิมกลับมาโต
คาดว่ายอดขายสาขาเดิมโดยเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกจะกลับมาเติบโตในไตรมาส 4/69 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง และการใช้จ่ายช่วงเทศกาลปลายปี
จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาส 4/69 ดีขึ้นจากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ที่ลดลง 3% ขณะที่มาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่ายังแข็งแกร่ง จากสัดส่วนสินค้ามาร์จินสูง ประสิทธิภาพในการจัดซื้อ และการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
การฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมควบคู่กับมาร์จินที่ขยายตัว จึงมีแนวโน้มช่วยหนุนกำไรของกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 4/69
มาร์จินยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำไร
แม้ยอดขายสาขาเดิมจะยังทรงตัว แต่การขยายตัวของอัตรากำไรยังเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรของกลุ่มค้าปลีก หากยอดขายฟื้นตัวในไตรมาส 4/69 ก็อาจช่วยสนับสนุนประมาณการกำไร และเพิ่มโอกาสในการปรับมูลค่าหุ้นของกลุ่ม โดยหุ้นที่ BLS ชื่นชอบมากที่สุด ได้แก่ CPALL, CRC และ CPN
ที่มา : บทวิเคราะห์ BLS Research Sector: Commerce ฉบับวันที่ 9 กันยายน 2569





