วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เวียดนาม ‘แซงหน้า’ ไทยไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง

เมื่อต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารโลก หรือ “เวิลด์แบงก์” ได้ปรับสถานะ “เวียดนาม” จากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่างขึ้นเป็นกลุ่มรายได้ปานกลางระดับบนอย่างเป็นทางการ

  หลังจากเมื่อปี 2568 เวียดนามมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว(GNI per capita) พุ่งแตะ 4,970 ดอลลาร์ สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของกลุ่มบนที่ธนาคารโลกตั้งไว้ที่ 4,636 ดอลลาร์ ซึ่งนอกจากเวียดนามแล้วยังมี ฟิลิปปินส์ จอร์แดน ศรีลังกา และไมโครนีเซีย ที่ได้ขยับชั้นขึ้นมาด้วย 
    หลายคนอาจปรามาสว่า แม้เวียดนามจะขยับขึ้นมาอยู่เทียร์เดียวกับไทย คือ เป็นกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน แต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนเวียดนามในปัจจุบันยังห่างไกลกับของไทยอยู่ค่อนข้างมาก โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัวของไทยปัจจุบันอยู่ที่ราวๆ 7,120 ดอลลาร์ สูงกว่าของเวียดนามเกือบเท่าตัว แต่อย่าลืมว่าการเติบโตของเวียดนามช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตเร็วกว่าไทยหลายเท่าตัว 

    โดยเมื่อปี 2558 เวียดนามมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพียงแค่ 1,950 ดอลลาร์ ทว่า 10 ปีต่อมา เขาเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อหัวจนมาอยู่ในระดับเกือบๆ 5 พันดอลลาร์ เติบโตขึ้นราว 155% หรือเฉลี่ยปีละ 9.8% ส่วนของไทยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ 5,760 ดอลลาร์ ขณะที่ปัจจุบันอยู่ราวๆ 7,120 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเพียง 24% หรือเฉลี่ยเพียงปีละ 2.1% เท่ากับว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนเวียดนามเติบโตเร็วกว่าไทยเกือบ 5 เท่า ถ้าการเติบโตยังเป็นระดับนี้ไปเรื่อยๆ ไม่เกิน 5 ปี เวียดนามจะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว “แซงหน้า” ประเทศไทยอย่างแน่นอน
    โมเมนตัมทางเศรษฐกิจล่าสุดยิ่งตอกย้ำภาพที่น่ากังวล โดยไตรมาส 2 ปี 2569 เวียดนามมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ระดับ 8.39% หนุนให้ช่วงครึ่งแรกของปี เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวได้ถึง 8.18% ขณะที่รัฐบาลเวียดนามพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจทั้งปีเติบโตได้ราวๆ 8-10% ตรงข้ามกับเศรษฐกิจไทยอย่างสิ้นเชิงที่คาดการณ์กันว่าทั้งปีอาจจะขยายตัวได้ราวๆ 2% เท่านั้น ช่วงหลังๆ จะเห็นชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวช้าลงต่อเนื่องสวนทางกับเวียดนามโดยสิ้นเชิง

    เราเห็นว่าการขึ้นชั้นของเวียดนามครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้กำหนดนโยบายไทยควรต้องตื่นจากภวังค์ เพราะตัวเลขการเติบโตในระดับ 2-3% ของไทยเทียบกับ 8-10% ของเวียดนาม ถือเป็นเรื่องที่เราต้องคิด การขยายตัวต่ำเตี้ยของไทยเป็นผลจากการปฏิรูปโครงสร้างที่เราละเลยมานานเกินไป การดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ การปฏิรูปการศึกษา และการยกเครื่องขีดความสามารถแข่งขันเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลพูดคุยกันมานาน แต่ไม่เคยเห็นผลเป็นรูปธรรม เราหวังว่ารัฐบาลอนุทินจะลงมือทำอย่างจริงๆ จังๆ ก่อนที่ไทยจะกลายเป็นกลุ่มประเทศรั้งท้ายอาเซียนอย่างถาวร!