วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ในวันที่คนไทยกระหายเทคโนโลยี

ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค Consumer Enabling Technology หรือยุคที่เทคโนโลยีกำลังถูกออกแบบมาเพื่อ “เพิ่มศักยภาพของมนุษย์” ช่วยคิด ช่วยเขียน ช่วยวิเคราะห์ ช่วยสร้างสรรค์ และช่วยประหยัดเวลา ผู้ที่มีเครื่องมือที่ดีกว่าจะสามารถทำงานในระดับที่สูงขึ้นได้ แม้จะมีทรัพยากรน้อยกว่าคนอื่นก็ตาม

หลายคนสงสัยว่าในวันที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้า กำลังซื้ออ่อนแรง ค่าครองชีพสูงขึ้นแทบทุกด้าน เหตุใดงานคอมมาร์ตจึงยังคงมีผู้คนเดินทางมาร่วมงานอย่างคึกคักทุกครั้ง

ซึ่งคำตอบอาจไม่ใช่เรื่องโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะคนไทยจำนวนมากมีความกระหายทางเทคโนโลยีอยู่เสมอ

นั่นคือเรากระหายที่จะรู้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างไร กระหายที่จะเห็นว่า AI ทำอะไรได้แล้วบ้าง และกระหายที่จะรู้ว่าอุปกรณ์ชิ้นต่อไปจะช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นหรือใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นอย่างไร

ความกระหายนี้เองที่ทำให้ คอมมาร์ต ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้โลกจะเปลี่ยนไปจนสามารถซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่าย ๆ ก็ตาม

เพราะคอมมาร์ตไม่ได้ขายเพียงสินค้าไอที แต่กำลังขายโอกาสในการเรียนรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมหาศาล ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปี และการจัดงานมากถึง 71 ครั้ง คอมมาร์ต ได้เติบโตไปพร้อมกับวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมไอทีไทย ตั้งแต่ยุคคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน เกมมิงเกียร์ จนมาถึงยุค AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกในปัจจุบัน

เราเคยเห็นยุคที่คนมาต่อคิวซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์งานและเล่นอินเทอร์เน็ต เราเคยเห็นยุคที่ทุกคนแห่ซื้อโน้ตบุ๊กเพื่อทำงานนอกสถานที่ และเราเคยเห็นยุค Work from Home ที่อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกกว้านซื้อจนสินค้าขาดตลาด ส่วนในวันนี้ เรากำลังเห็นผู้คนเดินเข้ามาในงานเพื่อเตรียมตัวสำหรับยุค AI

นี่คือสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะการซื้ออุปกรณ์ไอทีในปี 2026 ไม่ใช่การซื้อเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง

คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องในวันนี้ อาจเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ เป็นสตูดิโอทำคอนเทนต์ เป็นสำนักงานเคลื่อนที่ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่มี AI ทำงานเคียงข้างตลอด 24 ชั่วโมง

ยอดขายสินค้าไอทีบางประเภทอาจเติบโตช้าลง แต่ความต้องการใช้งานจริงกลับเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้ถามว่า “คอมพิวเตอร์รุ่นไหนถูกที่สุด” อีกต่อไป แต่เริ่มถามว่า “รุ่นไหนใช้ AI ได้ดีที่สุด” ไม่ได้ถามว่า “สเปกแรงแค่ไหน” แต่ถามว่า “มันช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นกี่ชั่วโมง”

นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจากการซื้อฮาร์ดแวร์ ไปสู่การซื้อประสบการณ์และประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้บริโภคกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้ตนเองทำงานได้มากขึ้น และมีเวลาเหลือมากขึ้น ซึ่งเป็นคุณค่าที่มีราคาสูงกว่าเรื่องของสเปกหรือความแรงของเครื่องเพียงอย่างเดียว

และเมื่อพูดถึง AI คนจำนวนมากมักนึกถึงดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ การลงทุนระดับแสนล้าน หรือ GPU จำนวนมหาศาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปีนี้คือ AI กำลังไหลลงมาสู่ระดับผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว โน้ตบุ๊กมี NPU ในตัว สมาร์ตโฟนมี AI ช่วยถ่ายภาพ โปรแกรมสำนักงานมี AI ช่วยสรุปข้อมูล และผู้ประกอบการรายเล็กก็เริ่มใช้ AI ช่วยขายสินค้า

และที่สำคัญที่สุดคือ ตลาดกำลังเข้าสู่ยุค Consumer Enabling Technology หรือยุคที่เทคโนโลยีกำลังถูกออกแบบมาเพื่อ “เพิ่มศักยภาพของมนุษย์” ช่วยคิด ช่วยเขียน ช่วยวิเคราะห์ ช่วยสร้างสรรค์ และช่วยประหยัดเวลา ผู้ที่มีเครื่องมือที่ดีกว่าจะสามารถทำงานในระดับที่สูงขึ้นได้ แม้จะมีทรัพยากรน้อยกว่าคนอื่นก็ตาม

ความเหลื่อมล้ำในอนาคตจึงอาจไม่ได้เกิดจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสามารถในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี คนที่ใช้ AI เป็นจะสามารถทำงานแทนคนหลายคนได้ ขณะที่คนที่ปฏิเสธเทคโนโลยีอาจพบว่าตนเองกำลังถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อย ๆ

ในวันที่เศรษฐกิจไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน งาน คอมมาร์ต จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าไอทีอีกต่อไป แต่มันกำลังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนเชื่อว่า แม้โลกจะเปลี่ยนเร็วเพียงใด เราก็ยังสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และสร้างโอกาสใหม่ให้กับตัวเองได้

ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา คอมมาร์ต จึงไม่ใช่เพียงงานขายคอมพิวเตอร์ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีของประเทศไทย และในยุค AI ที่ทุกคนกำลังวิ่งแข่งกับเวลา บางทีสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ผู้คนได้รับจากการเดินออกจากงาน อาจไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่คือความรู้สึกว่าเรายังไม่ตกขบวนของโลกเทคโนโลยี