วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วางแผนการเงินเตรียมตัวเที่ยวต่างประเทศรับเปิดเมือง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน และแล้ววันนี้ก็มาถึงกับการเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ ท่านผู้อ่านหลายๆท่านก็คงรอคอยวันนี้กันอยู่ใช่มั้ยครับ ที่ทางประเทศไทยจะต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ หากมาจากกลุ่ม 63 ประเทศ

 ก็จะลดเวลากักตัวเหลือเพียง 1 วันเท่านั้น และหลายๆท่านก็เริ่มวางแผนจะนำตัวเองออกไปเที่ยวต่างประเทศด้วยเช่นกันใช่มั้ยครับ วันนี้ผมมีผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Co., Ltd. คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® จะมาบอกเล่าให้ทุกท่านได้เตรียมตัวและวางแผนค่าใช้จ่ายพื้นฐานก่อนออกไปเที่ยวกันครับ

        “สำหรับท่านที่มีแผนจะเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้นั้น สิ่งแรกที่อาจจะต้องคำนึงก่อนเลยก็คือ ประเทศจุดหมายปลายทางนั้น เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ครับ และเงื่อนไข ในการเดินทางไปนั้น มีเงื่อนไขว่าต้องฉีดวัคซีนครบโดส หรือมีผลรับรองการตรวจโควิด-19 ด้วยหรือไม่ครับ ในหลายๆ ประเทศทางยุโรป นั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้เลย หากมีการฉีดวัคซีน ที่ทางสหภาพยุโรป ยอมรับแล้ว หรือ มีผลตรวจ โควิด-19ก่อนขึ้นเครื่องว่า ปราศจากเชื้อโควิด-19ครับ โดยสามารถตรวจสอบได้จากหน้าเว็บไซต์ของสถานทูต ประเทศนั้นๆ ครับ หาก ท่านเช็ค แล้วว่า ตัวเองมีคุณสมบัติ ครบถ้วน ก็ไปเตรียมตัวเที่ยวกันได้เลยครับ

     โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับ ทริปต่างประเทศในช่วงนี้นั้น จะประกอบไปด้วย ค่าดำเนินการวีซ่า ค่าออกเล่มพาสปอร์ต ค่าทำวัคซีนพาสปอร์ต ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าประกันเดินทาง ค่าตรวจโควิด-19 ก่อนเดินทางออกและก่อนเดินทางกลับประเทศ และ ค่ากักตัวพร้อมตรวจโควิด-19 ที่เมืองไทย อีก 1 คืนเป็นอย่างน้อยครับ โดยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายต่างๆ และข้อสังเกตมีดังต่อไปนี้ครับ

 ในส่วนของค่าดำเนินการวีซ่านั้น เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทครับ โดยจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยบางประเทศก็สามารถจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อขอวีซ่าระยะยาวขึ้นได้อย่างเช่น วีซ่าของสหราชอาณาจักรเป็นต้นครับ สิ่งที่ต้องพึ่งระวังเกี่ยวกับการขอวีซ่าก็คือไม่ควรจะวางแผนที่เดินทางไปประเทศที่ต้องขอวีซ่า กระชั้นชิดเกินไปครับ เพราะเนื่องจากเราพึ่งเปิดประเทศ ทำให้มีหลายๆท่าน ต้องการออกไปเที่ยวไม่ต่างกันกับเรา ทำให้คิวในการขอวีซ่าค่อนข้างจะเต็มแล้ว บางที่อาจจะต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนเลย ซึ่งหากเรามีแผนที่จะต้องเดินทางกระชั้นชิด แล้วไม่มีคิวในการขอวีซ่าก่อนวันเดินทาง ก็อาจจะต้องเลือกจ่ายเงินเพิ่มเพื่อรับบริการขอวีซ่าในรอบพิเศษ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวเลยครับ

      ถัดมาในส่วนของ พาสปอร์ตนั้น หากอายุของพาสปอร์ตที่เหลืออยู่นั้นน้อยกว่า 3 เดือนก็จะไม่สามารถขอวีซ่าได้ครับ โดยจะต้องไปทำ พาสปอร์ตเล่มใหม่ โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000 บาทสำหรับพาสปอร์ตอายุ 5 ปี และ 1,500 บาทสำหรับพาสปอร์ตอายุ 10 ปี โดยมีระยเวลาทำประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งหากต้องการพาสปอร์ตด่วนรับได้ในวันเดียวกันนั้น จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 2,000 บาทครับ

      เอกสารสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมไว้ด้วยก็คือ เล่มวัคซีนพาสปอร์ตครับ โดยมีค่าใช้จ่ายในการออกเล่มอยู่ที่ 50 บาทโดยสามารถจองคิวออนไลน์ผ่านระบบหมอพร้อม แล้วเข้าไปรับตัวเล่มได้ตามสถานที่ สถาบันบำราศนราดูร หรือ กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ครับ สำหรับต่างจังหวัดสามารถรับได้ที่ สาธารณสุขจังหวัดครับ

เมื่อเอกสารทางการพร้อมแล้ว ต่อไปก็เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของ ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าโรงแรมครับ โดยสามารถเลือกได้ตามความชอบของแต่ละท่านได้เลย โดยในส่วนของตั๋วเครื่องบินนั้น หลายๆ สายการบินในขณะนี้นั้น จะอนุญาตให้เราสามารถเลื่อนเที่ยวบินได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเลื่อนตั๋ว โดยถึงแม้จะเป็นตัวแบบราคาประหยัดก็ตาม แต่อาจจะต้องเสียค่าส่วนต่าง ระหว่างราคาตั๋วเที่ยวเดิมและตั๋วเที่ยวใหม่ครับ โดยก่อนซื้อตั๋วนั้น ขอให้ เช็คเงื่อนไขให้ดีเสียก่อนครับ และในส่วนของการจองโรงแรมนั้น การจองโรงแรมที่สามารถยกเลิกการจองได้ ดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนี้ครับ

    และสิ่งที่เพิ่มมา สำหรับช่วงนี้คือค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจโควิด-19พร้อมออกเอกสาร Fit to fly ก่อนออกเดินทางไปยังต่างประเทศโดยจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทขึ้นอยู่กับสถานที่้ตรวจ และค่าตรวจในต่างประเทศก่อนเข้าไทยก็อยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นอยู่กับสถานที่ตรวจเช่นเดียวกันครับ และเมื่อกลับมาแล้ว หากมาจากกลุ่ม 63 ประเทศ จะสามารถเข้าประเทศผ่านโครงการ Test and Go ลดเวลากักตัว เหลือเพียง 1 วัน หรือ จนกว่าผลตรวจจะออกมาว่าไม่ติดเชื้อ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทจนไปถึงหลักหมื่นบาทขึ้นอยู่กับโรงแรมที่พัก โดยแพคเกจนั้นจะรวม ค่าตรวจ PCR เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย, ค่ารถรับตัวมาจากสนามบิน และอาหาร 1 มื้อ โดยบางที่ อาจจะให้อาหารเป็น 3 มื้อ ดังนั้นก่อนตัดสินใจจอง อย่าลืมสอบถามกับทางโรงแรมก่อนนะครับ และหากแจ้งว่าเป็นคนไทย ก็จะมีส่วนลดให้ด้วยได้อีกนิดหน่อยครับ

      แต่หากไม่ได้เดินทางมาจากกลุ่ม 63 ประเทศ แต่ฉีดวคัซีนครบโดสแล้วจะกลับเข้ามาในไทยได้ตามเงื่อนไขโครงการ SandBox โดยจะมีระยะเวลากักตัวที่ 7 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไปครับ

      และสุดท้าย ก็คือการลดและปิดความเสี่ยงในการท่องเทียวครับโดยควรจะทำประกันเดินทางเผื่อเอาไว้หาก ได้รับบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย ระหว่างท่องเที่ยวก็จะ ไม่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่บานปลายครับ เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวที่ต่างประเทศนั้นเรียกว่าแพงเอามากเลยทีเดียว เลยครับ โดยค่าประกันเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้นเองครับ”