วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทำดี ได้ดี – สิ่งที่ได้รับจากกลไกป้องกันทุจริตของ SSSC

เวลาที่ผมไปบรรยายให้ผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ ฟังเกี่ยวกับการดำเนินงานของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC)

 คำถามหนึ่งที่ผมมักจะถูกถามอยู่เป็นประจำก็คือ การเข้ามาร่วมโครงการ CAC ดียังไง เข้ามาร่วมแล้วจะส่งผลดีกับบริษัทของพวกเขายังไง

คำตอบมาตรฐานของผมต่อคำถามนี้ก็คือ ข้อแรก การมีระบบป้องกันการทุจริตจะช่วยลดความเสี่ยงที่องค์กรจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายสินบน ซึ่งหากถูกจับได้ก็จะกลายเป็นข่าวอื้อฉาว ถูกดำเนินคดีจนชื่อเสียงเสียหาย ข้อที่สอง บริษัทสามารถแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อสาธารณะว่าจริงจังกับการทำธุรกิจอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับกระแสโลกที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน เพิ่มโอกาสที่จะเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ หรือคู่ค้ารายใหญ่ในต่างประเทศที่มุ่งหา supplier ที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใส และมีกลไกป้องกันการทุจริตที่ชัดเจน ข้อที่สาม ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในบ้านเมืองของเรา ด้วยการเพิ่มจำนวนบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

แต่นั่นยังเป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด ในบทความนี้ ผมอยากเล่าถึงประสบการณ์ตรงของบริษัทแห่งหนึ่งที่ผ่านการรับรองจาก CAC มาแล้ว ซึ่งพอจะเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ว่าการมีนโยบายและกลไกภายในเพื่อควบคุมความเสี่ยงคอร์รัปชันสามารถส่งผลดีต่อบริษัทในด้านอื่น ๆ ได้อีก บริษัทที่ว่านี้ก็คือบริษัทศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) (SSSC) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเหล็กชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

จากการเข้าร่วมโครงการ CAC และได้ทำการประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชันทำให้บริษัทพบว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้ามีความเสี่ยง เพราะเหล็กเป็นสินค้าที่มีน้ำหนัก การขนส่งต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมาก ในอดีตระบบการบริหารการขนส่งของบริษัทยังเป็นการดำเนินการในระบบ manual บางครั้งจึงเกิดปัญหาการบรรทุกเกินพิกัด เนื่องจากบริษัทที่รับจ้างขนส่งสินค้าต้องการขนสินค้าให้ได้มาก ๆ เพื่อให้ได้รับค่าจ้างขนส่งต่อเที่ยวสูงที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือบริษัทเหล่านั้นอาจจะต้องไปจ่ายเบี้ยบ้ายรายทางหากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการบรรทุกเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด

เพื่อปิดความเสี่ยงในด้านนี้ บริษัทจึงได้พัฒนาระบบซอฟท์แวร์ขึ้นมาเพื่อควบคุมและกำกับการทำงานของระบบขนส่งในบริษัททั้งระบบ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกของรถแต่ละประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าการนำสินค้าขึ้นบรรทุกจะไม่เกินกว่าระวางบรรทุกตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้จะทำให้มั่นใจได้ว่ารถแต่ละคันที่ขนเหล็กออกจากโรงงานจะไม่มีการบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างแน่นอนแล้ว อีกทั้งบริษัทฯจะจ่ายค่าขนส่งตามน้ำหนักที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ทางบริษัทยังเน้นให้ความสำคัญกับสภาพความพร้อมของคนขับรถด้วยการวางระบบที่จะดูแลให้สภาพร่างกายคนขับรถเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด มีการตรวจอุณหภูมิร่างกาย วัดความดัน ตรวจแอลกอฮอล์ รวมถึงการแต่งกายให้รัดกุมเหมาะสม ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ครบทุกข้อแล้วจึงจะสามารถสแกนบาร์โค้ดเพื่อนำรถไปขอรับคิวเพื่อรอรับสินค้าได้ อีกทั้งรถบรรทุกที่นำมารับงานต้องมีใบรับรองการผ่านการตรวจสภาพ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และเป็นการลดมลพิษทั้งทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถ้ารถสภาพไม่ดีก็ไม่สามารถรับงานได้

หลังจากที่มีการนำระบบที่ได้มาตรฐานในการกำกับให้สภาพของทั้งรถ และคนขับเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว ปรากฎว่าในช่วงหลังมานี้ รถบรรทุกของบริษัทแทบไม่ถูกสุ่มตรวจเลย เพราะเจ้าหน้าที่ทราบว่ารถทุกคันของบริษัทไม่มีคันไหนบรรทุกเกินพิกัด ดังนั้น ระยะเวลาในการจัดส่งโดยรวมจึงเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะระยะเวลาที่เสียไปกับการถูกสุ่มตรวจน้อยลงมากจนปัจจุบันแทบไม่มีเลย

“การมีระบบควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพยังส่งผลดีในเรื่องของความปลอดภัยและไม่สร้างความเสียหายต่อพื้นผิวถนนสาธารณะด้วย นอกจากนี้ ยังส่งผลดีกับบริษัทขนส่งด้วย เพราะเมื่อน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน รถก็ไม่เสียหาย ช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงไปได้อีก” นายบุญชัย เชียรเจริญธนกิจ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายบริหารบัญชีและการเงิน บริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม จำกัด (มหาชน) กล่าว

การจัดคิวด้วยระบบคอมพิวเตอร์ยังช่วยตัดปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ แย่งงานกัน ระหว่างบริษัทขนส่งที่มารับงานขนเหล็กให้กับทางบริษัทด้วย ในขณะที่การจัดคิวรถอย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยลดปัญหาความแออัดของการจราจรในบริเวณโรงงาน และบนพื้นผิวการจราจรรอบ ๆ โรงงานด้วย เพราะคนขับรถบรรทุกไม่จำเป็นต้องมาแย่งกันจอด แย่งกันเข้าคิวรับงานเหมือนในอดีต แต่สามารถตรวจสอบคิวงานของตัวเองผ่านสมาร์ทโฟน และบริหารจัดการเวลาได้ทำให้ flow การขนส่งสินค้าของบริษัทดีขึ้นอย่างมาก

“จริง ๆ มันมาจากนโยบายกลางเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน ส่วนไหนที่เราป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาได้ เราก็จะป้องกัน ทั้งภายในและภายนอก ภายในเรื่องการจัดคิว อันนี้เป็นนวัตกรรมที่เราทำขึ้นมาเพื่อไม่ต้องใช้คนตัดสินใจ แต่ใช้เครื่องแทน เมื่อใช้เครื่องเป็นตัวตัดสินใจก็ไม่มีอะไรที่จะมาใต้โต๊ะบนโต๊ะได้ ส่วนภายนอก ก็ป้องกันโดยการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่ว่าเรื่องการโหลดของ หรือการจอดรถ เมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่” นายบุญชัย กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำระบบ barcode มาใช้เพื่อคุม การ Load สินค้าขึ้นรถตามคำสั่งซื้อ และก่อนส่งให้ลูกค้ายังมีการชั่งน้ำหนักรถและสินค้า เพื่อตรวจสอบน้ำหนักอีกครั้ง ก่อนวิ่งออกจากโรงงานไปส่งให้ลูกค้า ถ้าหากจำนวนสินค้า หรือ น้ำหนักเกินหรือขาดไป เอกสารก็จะไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถนำสินค้าออกจากโรงงานได้

“ระบบนี้ยังช่วยเรื่องการบริหาร inventory ของเราด้วย ช่วยอุดรูรั่วไปในตัวทำให้ไม่มีการรั่วไหล หลังจากนำระบบ barcode มาใช้แล้ว การเช็คสต็อกของเราแทบจะไม่มี error เลย เรื่องของหายนี่ไม่มีเลย” นายบุญชัยกล่าว

จุดยืนที่ชัดเจนของบริษัทในเรื่องนี้ทำให้ลูกค้าของบริษัทรับรู้และเข้าใจกระบวนการทำงานของบริษัท และพอใจกับการที่บริษัทให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยและการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายในการจัดส่งสินค้า ซึ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าตามที่สั่งไปโดยไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดปัญหาใด ๆ

พอจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าการปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อคุมความเสี่ยงเรื่องคอร์รัปชันนั้น สามารถส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงการปรับปรุงระบบการทำงานในส่วนอื่น ๆ เป็นลูกโซ่ต่อไปได้อีกมากมายเหมือนกับกรณีของบริษัท ศูนย์บริการเหล็กสยาม โอกาสหน้าผมจะเอาตัวอย่างของบริษัทอื่น ๆ ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังกันอีกนะครับ  

โดย... 

พนา รัตนบรรณางกูร

ผู้อำนวยการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC)