วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สีจิ้นผิง...เหมายุคใหม่?

ทุกสายตาทั่วโลกจับตาไปที่การประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนวันที่ 18 ต.ค.นี้

สีจิ้นผิง...เหมายุคใหม่?

เป็นการประชุมใหญ่ของพรรคทุกห้าปีครั้งที่ 19 ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญระดับสูงสุดของพรรคที่จะมีผลกว้างไกลต่อโครงสร้างแห่งอำนาจของจีนที่กำลังผงาดเป็นมหาอำนาจของโลกภายใต้การนำของสีจิ้นผิง

ที่ค่อนข้างแน่ชัดก็คือสีจิ้นผิงจะได้ครองอำนาจต่อไปเป็นสมัยที่สองอีกห้าปี

ที่ไม่แน่ก็คือหลี่เค่อเฉียงจะรักษาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่งหรือไม่

เชื่อกันว่าทั้งสีจิ้นผิงและหลี่เค่อเฉียงยังจะเป็น 2 ใน 7 กรรมการของกรมการเมืองหรือ Politburo สูงสุดของจีน

ส่วนอีก 5 คนที่กุมอำนาจสูงสุดของพรรคที่เข้าสู่วัย 68 และต้องเกษียณตามกติกาเดิมจะถูกทดแทนโดยใคร

และใน 5 คนที่ว่านี้จะมีคนที่มีอายุอยู่ในข่ายที่จะถูกวางตัวเป็น “ทายาททางการเมือง” ขึ้นมาแทนสีจิ้นผิงและหลี่เค่อเฉียงในการประชุมพรรคใหญ่ครั้งต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้าหรือไม่

หรือสีจิ้นผิงได้กระชับอำนาจเหนียวแน่นถึงขนาดที่ปูทางสำหรับตัวเองจะเป็นผู้นำจีนเป็นสมัยที่ 3?

นี่คือคำถามใหญ่ที่สุดสำหรับการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้

มีการวิเคราะห์กันว่าตั้งแต่เหมาเจ๋อตุงเป็นต้นมา ยังไม่มีผู้นำจีนคนไหนมีอำนาจกว้างขวางและเหนียวแน่นเท่าสีจิ้นผิงไม่ว่าจะเป็นในแง่การกระชับอำนาจในพรรค, รัฐบาลและกองทัพ

สีจิ้นผิงถูกมองเป็น “เหมาเจ๋อตุงแห่งศตวรรษที่ 21” ในแง่ที่มีทั้งอำนาจและบารมีและกุมอำนาจทางการเมือง, เศรษฐกิจและการทหารเกือบจะเบ็ดเสร็จ ไม่มีใครมาท้าทายได้

สมัยเหมาเจ๋อตุงมีการประกาศ “ความคิดท่านประธานเหมา” ไว้ในรัฐธรรมนูญ

ครั้งนี้มีข่าวว่าอาจมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจะใส่ “ความคิดท่านผู้นำสีจิ้นผิง” อย่างเป็นทางการ

หากเกิดขึ้นจริงก็เท่ากับเป็นการยกระดับความเป็นผู้นำของสีจิ้นผิงเหนือเติ้งเสี่ยวผิง, เจียงเจ๋อหมินและหูจิ่นเทา

ที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้อาจจะตอกย้ำถึงบทบาทของสีจิ้นผิงในการทำให้จีนก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำระดับโลก” ภายใต้นโยบาย One Belt One Road และ “ความฝันของจีน” ที่สีจิ้นผิงได้ประกาศเป็นนโยบายเสาหลักของประเทศ

ยิ่งเมื่อสหรัฐฯมีผู้นำชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งทำท่าจะถอยจากบทบาทเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกด้วยแนวทาง Make America Great Again! ก็ยิ่งทำให้เห็นบทบาทของจีนในการเข้าไปถมช่องว่าง ผลักดันจีนให้เป็นมหาอำนาจทดแทนสหรัฐฯได้

นั่นคือภาพของการเสริมบารมีสีจิ้นผิงในจังหวะที่สอดคล้องกับการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างเหมาะเจาะยิ่ง

นักวิเคราะห์มองว่านโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่องได้จัดการถอดถอนเจ้าหน้าที่พรรคในระดับสูงและกลางอย่างเด็ดขาด เปิดทางให้สีจิ้นผิงจัดการกับผู้นำพรรคและรัฐบาลในระดับต่าง ๆ ที่ไม่เดินตามนโยบายของตนอย่างจะแจ้ง

เมื่อสีจิ้นผิงสามารถตั้งคนของตนเข้าไปแทนผู้นำระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศ ก็ยิ่งเป็นการกระชับอำนาจที่เข้มและแรงอย่างไม่ต้องสงสัย

สีจิ้นผิงแผ่บารมีของตนเข้าสู่กองทัพจีนอย่างกว้างขวาง มีการตั้งข้อสังเกตว่าในพิธีสวนสนามวันกองทัพจีนปีนี้ เขาเดินตรวจแถวคนเดียว ไม่มีนายพลคนอื่นมาร่วมด้วยเหมือนทุกปีที่ผ่านมา

และเมื่อวันนั้นนายพลประกาศแนะนำสีจิ้นผิงเป็น “หลิ่งซิ่ว” (领袖) ซึ่งแปลว่า “ผู้นำ” อันเป็นคำที่ไม่ได้ใช้กับผู้นำจีนตั้งแต่เหมาเจ๋อตุงจากไปก็ยิ่งตอกย้ำว่าสถานภาพของสีจิ้นผิงในโครงสร้างการเมืองจีนถูกยกระดับขึ้นเหนือผู้นำก่อนหน้านี้แล้ว

“ท่านประธานสี” กำลังเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโลกจริง ๆ!