เกาหลีเหนือบอกว่าที่โดนัลด์ ทรัมป์ปราศรัยที่สหประชาชาติและส่งข้อความทวีตหลายๆ ครั้งนั้น ตีความรวมกันแล้วก็ต้องเรียกว่า declaration of war
เพราะทรัมป์บอกว่าจะ “totally destroy North Korea.”
และตอกย้ำว่าถ้าผู้นำเกาหลีเหนือยังพูดจาข่มขู่สหรัฐฯต่อไปเช่นนี้ “อีกหน่อยก็คงจะไม่เหลืออยู่บนโลก”
อีกทั้งสหรัฐฯก็ยังส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดบินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ เกาหลีเหนือเป็นประจำ
ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยการยืนยันว่าวอชิงตันไม่ได้ “ประกาศสงคราม” กับเกาหลีเหนือ การที่สรุปอย่างนั้นเป็นเรื่อง “เพี้ยน”
แปลว่าสงครามน้ำลายยังคุกรุ่นต่อไป
หากเป็นไปอย่างที่เกาหลีเหนือกล่าวหา จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ประเทศหนึ่ง “ประกาศสงคราม” กับอีกประเทศหนึ่งผ่านทวิตเตอร์
แต่ไหนแต่ไรมา การที่ประเทศไหนจะประกาศสงครามกับอีกประเทศหนึ่งจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ยื่นให้ต่อกันอย่างเป็นทางการจึงจะถือว่ามีผลทางปฏิบัติอย่างแท้จริง
แต่นี่ฟาดฟันกันทาง social media และทีวีของตนแล้วก็เหมาเอาว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังจะเล่นงานตนจึงต้องตอบโต้กันอย่างวุ่นวาย
ย้อนไปดูทำเนียบขาวออกแถลงยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้ประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนือ
แถลงการณ์จากทำเนียบขาวมีขึ้น หลังจากที่นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ถือเป็นการประกาศสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างชัดเจน และเกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะทำการตอบโต้
“นับตั้งแต่ที่สหรัฐประกาศสงครามต่อประเทศของเรา เราจึงมีสิทธิทุกประการที่จะใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ ถึงแม้ว่าเครื่องบินเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ” นายรี กล่าวและว่า “หลังจากที่ทรัมป์ได้ประกาศสงคราม ทางเลือกทั้งหมดก็ได้ถูกวางไว้บนโต๊ะของท่านผู้นำแล้ว”
อย่างไรก็ดี นายรี หวังว่าสงครามน้ำลายระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐจะไม่กลายเป็นการทำสงครามอย่างแท้จริง
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-1บีแลนเซอร์และเครื่องบินขับไล่เอฟ-15ซี อีเกิลของกองทัพอากาศสหรัฐ ได้บินในน่านฟ้าระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เครื่องบินเหล่านี้ได้บินไปยังเขตปลอดทหารในจุดที่อยู่เหนือที่สุดเท่าที่เครื่องบินขับไล่และเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐได้เคยบินผ่านในช่วงศตวรรษที่ 21
“ภารกิจครั้งนี้สะท้อนสารจากสหรัฐได้อย่างชัดเจนว่า ท่านประธานาธิบดีมีตัวเลือกมาตรการทางทหารมากมายในการรับมือกับภัยคุกคาม” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันอังคารที่แล้ว โดยได้กล่าวถึงเกาหลีเหนือว่า หากสหรัฐถูกคุกคามจากเกาหลีเหนือ และหากสหรัฐถูกบังคับให้ต้องปกป้องตนเอง สหรัฐก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากที่จะต้องทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก
ขณะที่นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐจะเผชิญกับมาตรการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวจากเกาหลีเหนือใน “แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
หรืออีกหน่อยการ “ประกาศสงคราม” วันละหลายครั้งเป็นเรื่องปกติสำหรับการเมืองระหว่างประเทศในยุคของ “ทรัมป์กับคิม”?






