วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจอกันครั้งแรก ปูติน แสดงฟอร์มเหนือทรัมป์

ภาพจับมือครั้งแรก ระหว่างสองผู้นำโลกนี้ เป็นที่รอคอยของคนจำนวนไม่น้อย

เพราะอยากรู้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของอเมริกากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย จะมีลีลาและภาษากายอย่างไร

ผมสรุปได้ว่าต่างคนต่างเกร็ง ทรัมป์เป็น “มือใหม่หัดขับ” ในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่ปูตินเป็นเสือเฒ่าในเวทีสากล กลเม็ดเด็ดพรายพร้อมสรรพ

ทรัมป์รู้ว่าคนทั้งโลกอยากรู้ว่าเขาจะกอดรัดกับปูติน หรือจะวางฟอร์มเป็นผู้นำมหาอำนาจ ที่ถือว่ารัสเซียเป็นศัตรูและคู่แข่งสำคัญ

ปูตินตระหนักว่าเขาจะต้องไม่มีภาพยอมทรัมป์มากไป แต่ก็จะแสดงความเป็นศัตรูคู่แค้นไม่ได้ เพราะผู้นำรัสเซียคนนี้ต้องการทำให้ทั้งโลกเห็นว่าเขาสามารถ “กล่อม” ทรัมป์อยู่

กำหนดการเดิมให้ปูตินกับทรัมป์คุยกัน 30 นาที แต่เอาเข้าจริงๆ ช่วงเวลาของการพูดจากันยาวถึง 2 ชั่วโมง 15 นาที

เริ่มด้วยทรัมป์ตั้งประเด็นเรื่องที่ “คนอเมริกันเป็นห่วง” และหลายฝ่ายในสหรัฐ (รวมถึงหน่วยข่าวกรองสำคัญ ๆ อย่างน้อย 4 สำนักของอเมริกาเอง) ยืนยันว่าทางการรัสเซียได้เข้ามาแทรกแซง และล้วงความลับของกระบวนการเลือกตั้งอเมริกัน ผ่านระบบไซเบอร์จนมีผลทำให้ทรัมป์ชนะฮิลลารี คลินตัน

แน่นอนว่า ปูตินก็รู้ล่วงหน้าว่าทรัมป์จะต้องพูดเรื่องนี้เป็นหัวข้อต้น ๆ เพราะเจอแรงกดดันทางการเมืองที่บ้านมาก

เหมือนจะเตี๊ยมบทกันมาพอสมควร เพราะพอทรัมป์พูดเรื่องนี้ ปูตินก็ปฏิเสธทันควัน บอกว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้ความจริงโดยสิ้นเชิง

และรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียก็ออกมาบอกว่าทรัมป์ “ยอมรับ” คำปฏิเสธของปูติน

ความจริงเป็นอย่างไรไม่แน่ชัด แต่หากทรัมป์ยอมรับสิ่งที่ปูตินปฏิเสธโดยไม่ซักถามเพิ่มเติมหรือนำเสนอหลักฐานของฝ่ายสหรัฐ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่จะต้องถูกวิพากษ์อย่างหนักต่อไปอย่างแน่นอน

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐบอกว่าทั้งสองผู้นำ “เข้ากันได้ดี” (ใช้คำว่า “positive chemistry” อันหมายถึงการมีเคมีที่เป็นไปทางบวก) และหลังจากแตะเรื่องละเอียดอ่อนนี้แล้วก็พยายามมองไปข้างหน้าแทนที่จะคุยกันเรื่องที่ผ่านมาแล้ว

ทรัมป์บอกว่า “ถือเป็นเกียรติ” ที่ได้เจอปูตินขณะที่ผู้นำรัสเซียไม่ได้แสดงความปลาบปลื้มต่อทรัมป์ถึงขนาดนั้น

นี่คือความแตกต่างระหว่าง “ลีลา” ของทั้งสองอย่างชัดเจน

พอถึงเรื่องซีเรีย ทั้งสองก็เห็นพ้องกันว่าจะต้องจับมือ (ร่วมกับจอร์แดนด้วย) ในการประกาศหยุดยิงในซีเรียตะวันตกเฉียงใต้เพื่อระงับความขัดแย้งที่อาจจะมีขึ้นได้ระหว่างอเมริกากับรัสเซีย

“การพูดจาระหว่างผมกับประธานาธิบดีปูตินเป็นไปด้วยดี” ทรัมป์บอกนักข่าว

แน่นอนว่าอีกหัวข้อสำคัญคือกรณียูเครนที่รัสเซียได้เข้าไปทำอะไรหลายอย่าง ที่สหรัฐและยุโรปคัดค้านมาตั้งแต่ยุคของโอบามา แต่ดูเหมือนทรัมป์จะไม่ได้พยายามจับเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญมากนัก

เพราะทรัมป์ต้องการจะสร้างภาพว่าเขาพูดกับปูตินรู้เรื่องกว่าโอบามา

แต่ทรัมป์จะพูดจาภาษาดอกไม้ทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะจะเป็นท่าทีที่ “หน่อมแน้ม” เกินไป ไม่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำโลกของวอชิงตัน

ดังนั้นในคำปราศรัยก่อนพบปูตินขณะที่เยือนโปแลนด์ก่อนจะบินไปเมืองฮัมบูร์กของเยอรมัน ทรัมป์ประกาศให้รัสเซีย “ยุติกิจกรรมที่มีผลทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพ” ในโลก และให้ยุติความช่วยเหลือต่อรัฐบาลซีเรียและอิหร่าน

แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้บอกว่าหากปูตินไม่ฟังตามคำร้องขอนี้ อเมริกาจะทำอะไรได้

ถ้าผมจะให้คะแนน การพบกันครั้งแรกระหว่างทรัมป์กับปูตินจบลงด้วยปูตินชนะทรัมป์ 60:40 ทีเดียว!