ผ่านไป 2 วันสำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารพภาพการของ วัฒนา ภุมเรศ มือวางระเบิดรพ.พระมงกุฎเกล้า
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวานนี้ (21 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู็ต้องหาไปยังจุดที่ก่อเหตุอาทิ บริเวณด้านหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล(เก่า) ถนนราชดำเนิน, โรงละครแห่งชาติ, กองบัญชาการกองทัพบก, ซอยราชวิถี 24 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุเมื่อปี 50 และในพื้นที่ย่านบางกรวย
000 โดย 2 คดีหลังคือกองบัญชาการกองทัพบก, ซอยราชวิถี 24 นั้น เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานว่า มีผู้ร่วมกระบวนการอีก 2 คนโดยเตรียมที่จะออกหมายจับเพิ่มในเร็วๆนี้
000 ในประเด็นนี้มีความเห็นจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ระบุว่า พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการก่อเหตุในลัษณะที่เป็นรายย่อยและทำแบบอิสระ หรือเรียกว่า “โลน วูฟว์ (Lone wolf)” ซึ่งมีในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยส่วนใหญ่มักผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งคงต้องให้เจ้าหน้าสืบสวนต่อไป
000 ขณะเดียวกันยังได้สั่งการไปยังทุกหน่วยงานให้เร่งตรวจสอบกล้อง CCTV จำนวน 321,000 ตัว ที่ขณะนี้พบว่าชำรุดกว่า 30,000 ตัว โดยภายใน 3 เดือน หากกล้อง CCTV ในพื้นที่ใดไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ หัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่นั้นต้องรับผิดชอบ
000 เช่นเดียวกับทางฝั่ง พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาระบุว่า แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่ากระทำเพียงคนเดียวนั้น แต่เรื่องนี้ยังคงต้องขยายผลเพื่อหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
000 นับจนถึงวันนี้เหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ล่วงเลยมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่า เป็นผู้ก่อเหตุคนเดียว เนื่องจากเป็นวิศวกรไฟฟ้า มีความชำนาญในการต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างดี รวมทั้งไปมีอุปกรณ์เหล่านี้การสะสมไว้เป็นเวลานาน แต่ดูเหมือนว่า สังคมยังไม่คลายข้อสงสัยในเรื่องนี้ ว่าจะสามารถทำได้จริงหรือ?
000 จากนี้คงต้องติดตามการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ว่า ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นไปตามที่ผู้ก่อเหตุระบุจริง หรือจะมีผู้ใดบ้างที่ร่วมกระบวนการ ในการวางระเบิดในครั้งนี้รวมถึงอีกหลายๆจุดในช่วงที่ผ่านมา!!









