หลายวันที่ผ่านมามีการพูดถึงการเซ็ตซีโร่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
หลังจากที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.มีมติเสียงข้างมากให้กกต.ชุดปัจจุบัน พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหลังกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้
000 ประเด็นดังกล่าวยังคงมีข้อถกเถียงทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ไม่เว้นแม้แต่ในกมธ.เอง โดยในมุมของกมธ.เสียงข้างมากนั้นให้เหตุผลว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อำนาจ กกต.มากขึ้นจึงควรที่จะต้องปฏิรูปกกต.ใหม่ นอกจากนี้หากให้กกต.ชุดเก่าทำงานร่วมกับกกต.ชุดใหม่ ซึ่งคุณสมบัติที่แตกต่างกัน จะเกิดปัญหาในการทำงานลักษณะปลา 2 น้ำได้”
000 ต่างจากในมุมของกมธ.เสียงข้างน้อยอย่าง เสรี สุวรรณภานนท์ ที่มองว่า “หากใครมีคุณสมบัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็ควรให้อยู่ทำงานต่อ เพราะมีระยะเวลาหลังจากนี้จะเป็นช่วงคาบเกี่ยวที่จะมีการจัดการเลือกตั้งจึงควรมี กกต.เก่าที่มีประสบการณ์ อยู่ร่วมทำงานเพื่อสานต่อไม่ให้งานสะดุด”
000 ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มๆในเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นกกต.ชุดปัจจุบันโดยเฉพาะในส่วนของสมชัย ศรีสุทธิยากร ที่ได้ตั้งข้อสังเกตไปยัง มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ตวง อันทะไชย ประธานกมธ. และ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงองค์กรอิสระอื่นๆเช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะครบวาระ 5 คน ใน 9 คน ทำให้ต้องสรรหาเพิ่ม 5 คนภายใต้คุณสมบัติใหม่
000 หรืออย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งตามคุณสมบัติใหม่จะมี ป.ป.ช.ปัจจุบันพ้น 8 ใน 9 คน จึงต้องสรรหามาใหม่ 8 คน รวมกับคนเดิมอีก 1 คน ว่านี่คือปลาสองน้ำหรือไม่และการที่ออกมาระบุว่า เซ็ตซีโร่กกต.ยกชุดนั้นแท้จริงแล้วดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปลาสองน้ำหรือสองมาตรฐานกันแน่?
000 ประเด็นนี้คงต้องรอฟังคำชี้แจงในที่ประชุมสนช.ในวันที่9 มิ.ย.ซึ่งจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวาระ2 และ 3 โดยก่อนหน้านี้ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ออกมาระบุถึง แนวทางที่อาจจะเกิดขึ้นหากยังมีความเห็นต่างคือ การตั้งกมธ.ร่วมเพื่อมาพิจารณาเรื่องนี้ หรือให้สมาชิกสนช.ไม่น้อยกว่า 1ใน 10 เข้าชื่อยื่นต่อประธานสนช. เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในขั้นตอนก่อนนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯได้
...............
- ดารากร -






