วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เห็นศึกสองด้านจากการเลือกตั้งในฝรั่งเศส

การวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งในฝรั่งเศส ที่เพิ่งจบไปคงไม่ยุติง่าย ผลการเลือกตั้งครั้งนี้คงชี้ว่าฝรั่งเศส ยังไม่พร้อมเดินตามสหราชอาณาจักร

และสหรัฐในด้านจะหันหลังให้โลกาภิวัฒน์แบบเห็นแก่ได้ เหตุการณ์ในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าฝรั่งเศสได้รับผลกระทบ จากการก่อการร้ายมากกว่าสองประเทศนั้นหลายเท่า แต่ชาวฝรั่งเศสไม่เลือกผู้นำที่คิดจะปิดประเทศเพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้เพราะพวกเขาคงตระหนักดีว่า ต้นตอของการก่อการร้ายมิใช่การเปิดประเทศรับผู้ลี้ภัย และค้าขายตามปกติและการปิดประเทศจะหนีปัญหาไม่พ้น

เมื่อปี 2556 นักเศรษฐศาสตร์ฝรั่งเศส Thomas Piketty พิมพ์หนังสือชื่อ Le Capital au XXIe siècle ซึ่งอีก 8 เดือนต่อมาแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ Capital in the Twenty-First Century และแปลต่อไปอีกหลายภาษา หลังจากนั้นไม่นาน เกิดปรากฏการณ์ไม่คาดคิด กล่าวคือ หนังสือเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์เล่มนี้ติดทำเนียบหนังสือขายดีหมายเลข 1 ในสายสารคดีของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์และภายในเวลาปีกว่า ๆ ยอดขายจากการพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ จีนและเยอรมันรวมกันสูงถึง 1.5 ล้านเล่ม ผู้สันทัดกรณีส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนมองว่าผู้อ่านต้องการทราบว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำร้ายแรงด้านรายได้และสินทรัพย์มาจากไหนและอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปหากความเหลื่อมล้ำมิได้รับการแก้ไข ทั้งนี้เพราะหนังสือเล่มนี้พูดถึงความเป็นมาอันยาวนานของความเหลื่อมล้ำในยุโรปและสหรัฐ

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน คอลัมน์นี้อ้างถึงบทความของนักวิเคราะห์คนหนึ่ง ซึ่งหลังจากมองดูปัญหาของโลกจากหลายแง่มุมแล้วสรุปว่า ปัญหาใหญ่ ๆ ที่จะทำให้สังคมโลกล่มสลายมีอยู่ในสองด้านด้วยกัน นั่นคือ ความเหลื่อมล้ำในสังคมมนุษย์และความไม่สมดุลในระบบนิเวศ

นั่นคือคำตอบว่าต่อไปความเหลื่อมล้ำจะทำให้เกิดอะไร

ความเหลื่อมล้ำที่เลวร้ายขึ้นในปัจจุบันนี้มีที่มาจากสองสาเหตุใหญ่ได้แก่ การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้สร้างความร่ำรวยได้อย่างรวดเร็วและการเข้าถึงอำนาจทางการเมืองของบรรดามหาเศรษฐีเห็นแก่ได้ซึ่งผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์แก่พวกตนเป็นที่ตั้ง นโยบายที่วางอยู่บนฐานของการเห็นแก่ได้นี้มีปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อไปอีกหลายอย่างรวมทั้งความรู้สึกไม่เป็นธรรมสูงจนกลายเป็นความคับแค้นใจ สงครามในย่านตะวันออกกลาง การก่อการร้ายและความไร้สมดุลของระบบนิเวศ

ความรู้สึกไม่เป็นธรรมจนคับแค้นใจนำไปสู่ปฏิกิริยาร้ายแรงที่แสดงออกมาในรูปของการก่อการร้ายภายใน จะเห็นว่าการก่อการร้ายในยุโรปและสหรัฐจำนวนมากมิได้ทำโดยผู้ร้ายข้ามชาติ หากทำโดยคนของตนเอง

เป็นเวลานาน บรรดามหาเศรษฐีเห็นแก่ได้ผลักดันนโยบายที่กระตุ้นให้เกิดการบริโภคและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุดเพราะมันเอื้อให้พวกเขากอบโกยกำไรได้เร็วขึ้น นี่คือปัจจัยสำคัญของการสนับสนุนให้ใช้แนวคิดเศรษฐกิจกระแสหลักต่อไปทั้งที่มันหมดสมัยแล้ว การบริโภคและการใช้จ่ายนำไปสู่การใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเช่นกัน เนื่องจากทรัพยากรนั้นกำลังร่อยหรอลง ความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นจึงนำไปสู่การแย่งชิงอย่างเข้มข้นจนเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสงครามในย่านตะวันออกกลางด้วย สงครามนั้นมีส่วนผลักดันให้เกิดการก่อการร้ายข้ามชาติ อีกทั้งยังนำไปสู่การซื้อขายและการใช้อาวุธราคาแพงจำนวนมาก การผลิตและการซื้อขายอาวุธเปิดทางกอบโกยกำไรให้แก่มหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนั้น การใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นนำไปสู่การทำลายระบบนิเวศจนเกิดความไม่สมดุลร้ายแรงซึ่งแสดงออกมาหลากหลายทางจากสารพิษในอากาศ ในน้ำและในดินไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศอันเป็นที่มาของปัญหาโลกร้อน

ย้อนไปไม่นาน บทความในคอลัมน์นี้เสนอไปแล้วว่าปัญหาร้ายแรงที่สุดของโลกมนุษย์ในปัจจุบันได้แก่การทำสงครามสองด้านของมนุษย์เรา กล่าวคือ สงครามระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และสงครามระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ สงครามทั้งสองนี้มีแต่แพ้กับแพ้ แต่ผู้นำโลกโดยทั่วไปยังไม่ทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรมที่จะยุติการถูกครอบงำโดยมหาเศรษฐีเห็นแก่ได้รวมทั้งผู้นำไทยด้วย ฉะนั้น คงสรุปได้ว่าสังคมมนุษย์จะล่มสลายเพราะการใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นแบบไม่หยุดยั้งจากการดำเนินนโยบายตามใจมหาเศรษฐีที่เห็นแก่ได้