วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เป้าศก.โต 4% ไม่ยาก ถ้าเอกชนเริ่มลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทย

ประจำไตรมาสแรกปี 2560 ในวันจันทร์ที่ 15 พ.ค.นี้ เบื้องต้นเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะถ้าดูตัวเลขแบบไม่เป็นทางการที่หลายหน่วยงานภาครัฐแถลงข่าวออกมา ให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้น

โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกมีทิศทางขยายตัวดีขึ้น ซึ่งได้แรงขับเคลื่อนหลักจากภาคส่งออกที่เติบโตแบบกระจายตัวมากขึ้น การบริโภคภาคเอกชนเริ่มขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทนตามความเชื่อมั่นโดยรวมที่ดีขึ้น ขณะที่รายได้ครัวเรือนภาคเกษตรปรับตัวดี เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น มีเพียงการลงทุนภาคเอกชนที่แผ่วลง ล่าสุด ธปท. ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้เป็น 3.4% จากประมาณการเดิมที่ 3.2%

สอดคล้องกับความเห็นของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่รายงานว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2560 ส่งสัญญาณขยายตัวในเกณฑ์ดี สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกที่กลับมาขยายตัวเป็นบวกและการบริโภคภาคเอกชนเติบโตดี การลงทุนภาคเอกชนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว พร้อมกับประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสที่จะขยายตัวได้ 3.6%

ตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ ธปท. และ สศค. ประเมินไว้ 3.4-3.6% แม้จะเป็นตัวเลขที่ขยายตัว “สูงสุด” ในรอบ 5 ปี นับจากปี 2555 ซึ่งขยายตัวที่ 6.5% แต่ดูเหมือนภาครัฐยังไม่พอใจกับการเติบโตในระดับนี้ เพราะมองว่า ยังต่ำกว่า “ศักยภาพ” การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยซึ่งควรจะอยู่ที่ 4-5% ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง จึงอยู่ระหว่างหามาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายที่ 4%

คำถาม คือ มาตรการที่กระทรวงการคลังเตรียมนำมาใช้ จะเป็นมาตรการอะไร กระตุ้นแบบไหน เพราะถ้าดูเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทั้ง ธปท. และ สศค. รายงานออกมา ดูแล้วมีเพียง “การลงทุนภาคเอกชน” เท่านั้น ที่น่าผิดหวัง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการส่งเสริมหรือกระตุ้นต่างๆ ออกมามากมาย รวมทั้งยังเป็นพระเอกในการลงทุนนำ แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดให้เอกชนลงทุนตามได้

ความจริงแล้วหากจะบอกว่า เอกชนไม่ลงทุนเลย คงไม่ถูกต้องนัก เพราะข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น ธปท. และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้ชัดว่า เอกชนไทยยังคงทุ่มงบประมาณในการลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพียงแต่การลงทุนส่วนใหญ่ เป็นการลงทุนในต่างประเทศมากกว่าที่จะลงทุนในประเทศ อาจเพราะเห็นโอกาสการเติบโตที่ดีกว่า และการลงทุนในบางประเทศยังมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าด้วย

ดังนั้นหากภาครัฐสามารถดึงดูดหรือเชิญชวนให้ภาคเอกชนไม่ว่าจะของไทยหรือต่างประเทศ เบนเป้าหมายหันมาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้ เราเชื่อว่า “เป้าเศรษฐกิจ” ที่ภาครัฐอยากเห็นการเติบโตที่ 4% ไม่ใช่เรื่องยาก

เราเห็นว่า นโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เป็นสิ่งสำคัญ ควรต้องมุ่งผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะการลงทุนของเอกชน จะนำมาซึ่งการผลิต การจ้างงาน และการบริโภคในท้ายที่สุด ที่สำคัญยังช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในระยะยาวด้วย เพียงแต่ดอกผลของการลงทุนอาจยังไม่เกิดขึ้นเร็ว ระยะสั้นเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ 4% ในปีนี้ จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย