ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ทั้งเจ็บ-ตาย ประมาณคร่าวๆ ว่าลดลงจากปีก่อนราว 20%
ในขณะที่การจับกุมดำเนินคดีผู้ทำผิดกฎจราจร ทั้งความผิดเบื้องต้นอย่างไม่มีใบขับขี่ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไปจนถึงโทษหนัก“เมาแล้วขับ”กลับเพิ่มขึ้นเป็นหลักแสนราย
000 นั่นอาจหมายถึงความเข้มงวดกวดขันตั้งด่านกว่า 2 พันจุด การจับจริง ปรับจริง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น จึงช่วยให้เกิดความสูญเสียบนท้องถนนลดลง รวมไปถึงมาตรการน่าสนใจของ คสช.“เมาขับ จับยึดรถ”ที่ 4 วันแรกยึดไปแล้วทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อกว่า 5 พันคัน มีการนำรถไปเก็บรักษาเอาไว้ก่อน แล้วค่อยมารับคืนพร้อมกับรับคำว่ากล่าวตักเตือน
000 ว่าด้วยเรื่องของ“เมาขับ”เป็นปัญหาโลกแตกที่เกิดขึ้นทุกปี และเป็น“เบอร์หนึ่ง”ของสาเหตุความสูญเสีย แต่ก็ไม่เคยลดลงได้เลย เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าในงานรื่นเริงแบบไทยๆ จะต้องมี“แอลกอฮอล์”เป็นส่วนประกอบด้วยเสมอๆ และบางครั้งผู้ขับขี่ก็นึกว่าเพียงแค่ขี่รถออกไประยะทางสั้นๆ ไปซื้อน้ำแข็ง ซื้อโซดา อาจจะไม่มีอันตราย
000 แนวทางของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในปีนี้จึงถือว่าน่าจะมา“ถูกทาง”โดยเฉพาะการสั่งการให้ อปท.กวดขันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดในถนนสายรอง อย่างถนนหมู่บ้าน แม้แต่การ“ยึด”กุญแจรถก่อนเข้างานรื่นเริง แล้วจะไม่คืนให้หากพบว่าดื่มสุรา เป็นมาตรการที่น่าสนใจ แม้ว่าจะมี“ช่องโหว่”มากมายก็ตามที
000 นอกจากนี้อีกข้อมูลที่น่าสนใจ เสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท. ออกมาเปิดประเด็นว่าในช่วงสงกรานต์ นอกจากอุบัติเหตุทางถนนที่น่าเป็นห่วงแล้ว ยังมีการรุมทำร้ายร่างกายที่เกิดบ่อยและรุนแรงมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเร่งติดตามตัวคนร้ายและจับตัวมาดำเนินคดีให้ครบทุกราย เพราะคนเหล่านี้ควรถูกลงโทษอย่างจริงจัง ให้เข็ดหลาบ
000 พร้อมกันนี้ยังมีข้อเสนอให้“เอาผิด”ตำรวจที่จับตัวคนร้ายได้ล่าช้า เพราะถือว่าไม่ตั้งใจและหย่อนยานในหน้าที่ ทำให้เห็นว่าคนรับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ คนเลยกล้ากระทำความผิดจำนวนมาก และถึงเวลาที่จะต้อง“ยกเครื่อง”กระบวนการยุติธรรมเสียที... ก็ไม่รู้ว่าระดมเจ้าหน้าที่ไปอำนวยการจราจร จับกุมความผิดบนท้องถนน จน“ขาดแคลน”ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยหรือไม่ ?!!
........................................
อัชชาวดี [email protected]






