การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการปรับแก้ไขร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ...
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยมีการปรับแก้ในรายละเอียดในหลายประเด็น แต่ที่สำคัญคือการเพิ่มอำนาจในการพิจารณาเรื่องการค้าการลงทุนในพื้นที่ในหลายประเด็น โดยหวังว่าจะทำให้คณะกรรมการอีอีซี สามารถตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศได้ เนื่องจากขณะนี้แทบทุกประเทศล้วนแต่มีการเสนอเงื่อนไขเพื่อจูงใจนักลงทุนเช่นเดียวกันทุกประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องมีการบริหารการจัดการที่รวดเร็ว
สำหรับเรื่องการดำเนินนโยบายจัดตั้งอีอีซีครั้งนี้ มีพระราชบัญญัติออกมารองรับ เป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ประเด็นความต่อเนื่องและความล่าช้ายังเป็นข้อสงสัยกันมากในบรรดานักลงทุนที่มีความสนใจ ดังนั้น การปรับร่างพระราชบัญญัติใหม่ในครั้งนี้ รัฐบาลหวังว่าจะแก้ข้อกังวลใจให้กับนักลงทุนไปได้ระดับหนึ่ง และเป็นสิ่งรับประกันว่านโยบายต่างๆ ทั้งหมดหากพิจารณาผ่านคณะกรรมการอีอีซีแล้ว จะสามารถดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการอีอีซีถือว่ามีค่อนข้างมากในพื้นที่ที่กำหนดไว้
ที่สำคัญมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีกว่าครึ่งเป็นกรรมการอีอีซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นั่นหมายความว่าจากนี้ไป ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล คณะรัฐมนตรีกว่าครึ่งก็จะมานั่งเป็นกรรมการอีอีซีด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมการอีอีซี โดยลักษณะเกี่ยวโยงในเรื่องของอำนาจการบริหารนี้เอง ทำให้ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็จะต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้
ในเรื่องความรวดเร็วในการบริหารจัดการเป็นประเด็นสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย หากมีความมุ่งหวังว่าจะทำให้เขตอีอีซีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งการจะทำหรือสั่งการอย่างรวดเร็วได้ก็จำเป็นต้องมีอำนาจสั่งการในหลายเรื่อง แต่ประเด็นที่อาจต้องพิจารณาคือการตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการอีอีซี เพราะยิ่งคำนึงถึงเป้าหมายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก อาจทำให้ละเลยเป้าหมายอื่นได้โดยง่าย โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว
ปัญหาหารตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการอีอีซี เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้มีความชัดเจน และให้เกิดความเข้าใจร่วมกันของคนในพื้นที่และประชาชนทั้งประเทศว่าจะมีรูปแบบหน้าตาอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าอีอีซีที่จัดตั้งขึ้นนั้นถือว่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มว่าจะขยายมากขึ้นไปอีกหากมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น ย่อมมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องมหาศาล ซึ่งหากไม่มีกลไกการตรวจสอบที่ดีพอ พื้นที่นี้ก็เป็นแหล่งผลประโยชน์สำคัญสำหรับการเมืองในอนาคตหากเรายังไม่สามารถปฏิรูปการเมืองตามเป้าหมายได้
ประเด็นเรื่องการหาประโยชน์ของบรรดาฝ่ายการเมือง และข้าราชการที่เกี่ยวข้องในสายตานักลงทุนนั้น ประเทศไทยถือว่าเป็นที่รับรู้กันอยู่แล้ว แม้ว่าบางยุคบางสมัยอาจเบาบางลง แต่ไม่เคยหมดไปหรือทำให้เกิดความโปร่งใสเรื่องการบริหาร และยิ่งมีการให้อำนาจกับคณะกรรมการค่อนข้างมากก็ยิ่งสร้างความกังวลมากขึ้น ว่าหากไม่มีกลไกกำกับการบริหารงานที่ดีพอ ก็อาจสร้างผลเสียหรือผลกระทบต่อพื้นที่ได้โดยง่าย เพราะโดยทั่วไปแล้วหากมีการจ่ายสินบนเพื่อแลกสิทธิประโยชน์ก็ย่อมทำให้เกิดปัญหาการดูแลผลกระทบของโครงการดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เราเห็นว่าขั้นตอนการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการเป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการให้โครงการนี้มีชื่อติดอันดับแหล่งลงทุนของโลก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นเช่นเดียวกับสิทธิประโยชน์และโครงสร้างพื้นฐานอื่น









