วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือกระแสประชานิยม

ชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวกันว่าเป็นชัยชนะของแนวโน้มประชานิยม

ที่กำลังเป็นกระแสใหญ่ทั่วโลก แม้คำว่าประชานิยมมีการให้ความหมายต่างๆ กัน แต่ทุกแนวทางมีลักษณะร่วมกันคือ การดำเนินนโยบายตามกระแสความนิยมทางการเมือง โดยผู้นำในยุคประชานิยมสามารถอ่านสัญญาณ ว่าจะต้องดำเนินนโยบายอย่างไรจากนโยบายที่ตนหาเสียง และได้รับการสนับสนุนหรืออ่านสัญญาณ ระหว่างการบริหารประเทศว่าประชาชนที่ให้การสนับสนุนต้องการอะไร

กระแสประชานิยมดูเหมือนว่าดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปีนี้จะมีการเลือกตั้งใหม่ในหลายประเทศของยุโรป ซึ่งความนิยมนักการเมืองที่มีนโยบายในลักษณะประชานิยมนั้นได้รับการสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ และผู้เชี่ยวชาญบางคนระบุว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญทำให้สหภาพยุโรป (อียู) อาจต้องล่มสลายลงได้หากในหลายๆประเทศใช้นโยบายเดียวกับอังกฤษ ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงมากและอาจไม่เฉพาะความเสี่ยงต่ออียูเท่านั้น แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจการเงินของโลกด้วย

ประเทศไทยในฐานะเป็นหนึ่งในประชาคมโลกและระบบเศรษฐกิจ มีความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโลกอย่างแยกไม่ออก ย่อมได้รับผลกระทบด้วยหากกระแสประชานิยมที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจการเมืองของโลกแบบที่ไม่คาดหมายมาก่อน ในขณะที่การเมืองของไทยกำลังอยู่ในช่วงของการตามแก้ปัญหาประชานิยมที่เกิดขึ้นอย่างมากในยุคก่อนหน้านี้ และรัฐบาล ซึ่งก็หมายถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศ โดยจะมีการออกกฎหมายเพื่อจำกัดการใช้อำนาจในเชิงนโยบายของฝ่ายการเมืองพอสมควร

ดังนั้น แนวทางการปฏิรูปการเมืองของคสช.ที่มุ่งหวังขจัดนโยบายประชานิยมที่ผ่านมา อาจต้องเผชิญกับกระแสใหญ่ของโลกที่กำลังก่อตัวขึ้น นั่นคือ นโยบายประชานิยม และสังคมไทยคงหลีกเลี่ยงยากในการฝืนกระแสที่ว่านี้ เพียงแต่จะมีรูปแบบอย่างไรและมีวิธีการอย่างไรเท่านั้น ซึ่งจากแนวโน้มของประชานิยมที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการปฏิรูปการเมืองตามยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ และอาจเกิดความตึงเครียดมากขึ้นระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกับยุทธศาสตร์ประเทศ

สาเหตุของกระแสประชานิยมมีที่มาที่ไปหลายด้าน โดยมีการประเมินและวิเคราะห์กันไปต่างๆหลายแง่มุม บ้างว่าเป็นผลจากกระแสโลกาภิวัตน์ที่ดำเนินมานานหลายปีก่อนหน้านั้น ทำให้ประชาชนในประเทศเหล่านั้นได้รับผลกระทบ และการดำรงชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้นจากระบบการค้าเสรี ซึ่งมีการจัดทำข้อตกลงการค้าหลายรูปแบบ แต่ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้ทำให้คนธรรมดาทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีขึ้น นอกจากเห็นความร่ำรวยและการเติบโตของธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทางการค้าทั่วโลก

ความท้าทายสำหรับรัฐบาลในช่วงแห่งการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ คือ ทำอย่างไรจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการดำรงชีวิตดีขึ้น และมีส่วนร่วมกับความมั่งคั่งของชาติ เพราะบทเรียนในอดีตที่คนสนับสนุนพรรคการเมือง ที่ชูนโยบายประชานิยมแบบสุดขั้วนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพร้อมจะสนับสนุนพรรคการเมือง ที่เสนอทางออกเช่นนั้น ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันที่เกิดขึ้นทั่วโลก และการเผชิญกับกระแสประชานิยมจากนี้ไป จะเป็นเรื่องการสร้างความสมดุลให้ได้ว่าเราจะมีขอบเขตกันอย่างไร และทำให้ประชาชนพึงพอใจ