ถึงขั้น'เราเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขาเลือกเรา'
คุณแจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบาโผล่ไปจับมือประกาศโครงการ e-road ให้เป็น Silk Road สมัยใหม่กับนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย ก็เกิดคำถามว่าแกทิ้งประเทศไทยแล้วหรือ?
มหาเศรษฐีจีนคนนี้เพิ่งมาเมืองไทย จับไม้จับมือกับ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา และประกาศจะลงทุนใหญ่ในประเทศนี้ด้วย มันยังไงกันแน่?
ไม่ต้องงงและสงสัยครับ เพราะคุณแจ็ค หม่า เป็นนักธุรกิจระดับสากลแล้ว ที่ไหนมีประโยชน์สำหรับเขาก็ไป ไม่จำเป็นว่าเขาลงทุนประเทศไหนแล้วจะต้องทิ้งอีกประเทศหนึ่ง
เกมธุรกิจโลกไม่ใช่ zero-sum game ไม่ใช่ว่าคนหนึ่งได้ 100 อีกคนหนึ่งได้ 0 ตรงกันข้ามหากทุกฝ่ายรู้เท่าทันกัน, ก็จะต้องหาสูตร win-win-win ให้ได้ เพราะในการทำธุรกิจยุคดิจิทัลเป็นเรื่องการประสานประโยชน์มากกว่าการเอาชนะคะคานกัน
จำได้ไหมว่าพอโดนัลด์ ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง เจ้าของอาลีบาบาก็รุดไปที่ตึก Trump Tower จับมือกับประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐฯทันที พร้อมประกาศว่าจะมาช่วยสร้างธุรกิจเอสเอ็มอีของอเมริกา และจะสร้างงาน 1 ล้านตำแหน่งใน 5 ปี
จะได้อย่างไรหรือทำได้หรือไม่ ทรัมป์ไม่สน...ขอให้ออกข่าวที่เป็นประโยชน์กับตัวเองก่อนเป็นพอ
เขาไปพูดที่กัวลาลัมเปอร์ว่าจะตั้ง “trading and logistics hub” ที่มาเลเซียซึ่งรวมถึงศูนย์โลจิสติกส์ใกล้กัวลาลัมเปอร์เพื่อเสริมธุรกิจ e-commerce ในภูมิภาคนี้
แจ็ค หม่าเรียกมันว่า “เส้นทางสายอิเล็กทรอนิกส์ยุคดิจิทัล” แทน “เส้นทางสายไหม” เก่าของจีน
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของไทย คุณอุตตม สาวนายนออกมายืนยันว่าแจ็ค หม่าไม่ได้ทิ้งไทย ตรงกันข้ามโครงการที่เขาจะทำในประเทศไทยนั้นใหญ่กว่าที่จะทำในมาเลเซียด้วยซ้ำไป เพราะเขาบอกแล้วว่าจะลงทุนใน “ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่ไทยเรากำลังจะสร้างขึ้นเป็นเมืองนวัตกรรมที่มีสนามบินอู่ตะเภาและท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเป็นจุดโดดเด่นที่ประเทศอื่นในแถบนี้ไม่มี
อีกทั้งแผนการของแจ็ค หม่าที่คุยกับไทยนั้นจะให้ไทยเป็นศูนย์กลางที่ครอบคลุมถึงประเทศเพื่อนบ้านคือ CLMV อันหมายถึงกัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนามด้วย
คุณอุตตมบอกว่าคืนก่อนยังโทรศัพท์คุยกับแกนประสานงานของแจ็ค หม่าอยู่ และยืนยันว่าโครงการของอาลีบาบาและลาซาด้าในเครือข่ายเดียวกันมีความคืบหน้ามากแล้ว
แจ็ค หม่าบอกกับนายกฯ ไทยว่าจะเข้ามาช่วยยกระดับธุรกิจระดับเล็กและกลาง หรือเอสเอ็มอีของไทยให้เข้าไปสู่ตลาดโลกผ่านเครือข่ายของเขาb อีกทั้งเขาก็มาจับมือกับเอกชนไทย ในด้านการทำธุรกิจร่วมว่าด้วยการจ่ายเงินผ่านระบบมือถือให้เกิดความคล่องแคล่วขึ้น
จะว่าไป เราควรจะตั้งหลักของเราให้ชัดเจนก่อนว่าเราต้องการอะไร และเปิดทางเจรจากับทุกคนในโลกที่มีศักยภาพที่จะช่วยเราให้ก้าวไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกได้ ไม่จำกัดว่าจะเป็นแจ็ค หม่าเท่านั้น เพราะในท้ายที่สุดนักธุรกิจทุกชาติต่างก็ล้วนจะแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเป็นหลัก
ไทยเราจะต้องวางยุทธศาสตร์ด้านนี้ให้ชัดเจนและเดินสายบอกกล่าวกับชาวโลกว่าเรามีอะไรดี มีแผนเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นระบบอย่างไร อีกทั้งมีกฎกติกาที่จะเอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติอย่างไร โดยไม่จำเป็นที่เราจะต้องจำกัดตัวเราเองให้ติดอยู่กับธุรกิจสากลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
หากเราตั้งหลักให้ดี และทำงานอย่างมืออาชีพก็จะเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลก ไม่ต้อง “ประสาทกิน” ทุกครั้งที่บริษัทต่างชาติออกข่าวว่าจะไปลงทุนที่ไหน
เราต้องทำให้ประเทศไทยเราก้าวถึงจุดที่ “เราเลือกเขา ไม่ใช่เขาเลือกเรา”!






