วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สายตาดุดันคู่นั้นของคุณป้าแมร์เคิล

กับลีลาอารมณ์ร้ายของลุงทรัมป์ ภาพนี้ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ การเมืองระหว่างประเทศกันทีเดียว

สายตาของนายกรัฐมนตรีเยอรมันแองเกล่า แมร์เคิลที่จ้องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการแถลงข่าวร่วม ระหว่างการไปเยือนทำเนียบขาวเมื่อเร็ว ๆ นี้บอกอะไรมากมาย

เช่น “คุณพูดอะไรของคุณนี่?”

หรือ “เลอะเทอะแล้ว...”

หรือ “เอ๊ะ เพิ่งบอกไปเมื่อกี้ไม่ใช่หรือว่าอย่าเอาเรื่องโกหกมาพูดอีก...”

หรือ “เอ๊ะ ฉันจะเดินออกไปดีไหมนี่?”

เพราะก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที ขณะที่นักข่าวและช่างภาพมะกันและเยอรมัน ส่งเสียงดังขอให้ทั้งสองจับมือกัน (Shake Hands!) เพื่อบันทึกภาพ และนายกฯเยอรมันหันไปบอกทรัมป์ผู้เป็นเจ้าภาพว่า “ฉันคิดว่าช่างภาพต้องการจะได้รูปเราจับมือกัน...”

แต่ประธานาธิบดีสหรัฐทำเฉย เหมือนไม่ได้ยิน และไม่หันมามองอาคันตุกะคนสำคัญด้วยซ้ำไป

ลงท้ายก็ไม่มีภาพการจับมือแสดงความเป็นมิตร ระหว่างผู้นำสองประเทศสำคัญของโลก

กลายเป็นประเด็นถกแถลงกันอย่างกว้างขวาง ว่าพฤติกรรมของทรัมป์เช่นนี้ จะเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ของมหาอำนาจสหรัฐอย่างไรหรือไม่

เพราะทรัมป์ทำตัวเหมือนเป็นเด็กอารมณ์ร้าย หากไม่พอใจอะไรก็จะแสดงออกอย่างไม่สนใจว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร

เยอรมันเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐมาตลอด อีกทั้งยังเป็นหุ้นส่วนในการผลักดัน NATO ให้เป็นองค์กรทางความมั่นคง เพื่อจะคานอิทธิพลของรัสเซียในเวทีระหว่างประเทศ

แต่วันนี้ทรัมป์กลับหันไปพูดจาภาษาดอกไม้กับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แต่จิกและกัดกับผู้นำเยอรมันเหมือนไม่ใยดีกับความสัมพันธ์ก่อนเก่า

ทรัมป์เคยวิพากษ์ว่าเยอรมันเอาเปรียบสหรัฐในการค้าขาย พยายามจะทำให้ค่าเงินเยอรมันถูกเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์ เพื่อขายของไปอเมริกาได้มากขึ้น อีกทั้งยังวิจารณ์ว่าบริษัทรถยนต์ยักษ์ของเยอรมัน แย่งงานคนอเมริกันด้วยการขายรถราคาถูกในอเมริกา

ผู้นำเยอรมันยืนยันว่าคำกล่าวหาของทรัมป์ไม่จริง ในการไปเยือนวอชิงตันครั้งนี้จึงนำคณะนักธุรกิจระดับชาติ ไปพบปะกับเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ เพื่อยืนยันว่าได้ทำทุกอย่างบนพื้นฐานของการแข่งขันตามปกติ

ผมเชื่อว่าระหว่างปิดประตูคุยกันของสองผู้นำที่ทำเนียบขาว นางแมร์เคิลคงจะ “เล็กเช่อร์” ทรัมป์ในเรื่องสำคัญ ๆ หลายประเด็น เพราะเธอมีประสบการณ์กว้างไกลกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนาโต้ หรือนโยบายคนเข้าเมืองซึ่งทั้งสองคนยืนอยู่คนละข้าง

แน่นอนว่า “คุณป้าแมร์เคิล” ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ “นักเลงปากซอยทรัมป์” เพราะเธอมีความ “เก๋า” ทางการเมืองมากกว่าหลายขุม

อาจด้วยเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้ทรัมป์มีความขุ่นเคืองแต่พูดไม่ออก ขณะที่แมร์เคิลก็ไม่แสดงอาการ “เอาอกเอาใจ” ทรัมป์ให้เสียผู้เสียคน เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผู้นำเยอรมันพูดจาเป็นเรื่องเป็นราว มากกว่าทรัมป์ในประเด็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ

และด้วยเหตุนี้กระมังที่ทรัมป์อารมณ์เสีย จนไม่ยอมยื่นมือมาให้แมร์เคิลจับ เพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูปอย่างที่ทำกันเป็นปกติวิสัยของการพบปะระหว่างผู้นำโลก

ยังนั่งตำแหน่งในทำเนียบขาวไม่ถึง 100 วัน ทรัมป์ก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับมิตรประเทศทั้งหลายอย่างยิ่งแล้ว!