รัฐบาลผลักดันนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” โดยหวังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
นั่นหมายความว่าหากทำได้สำเร็จ ก็จะทำเศรษฐกิจของประเทศก้าวสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบมีความเคลื่อนไหว เพื่อผลักดันนโยบายดังกล่าวค่อนข้างมาก แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจริงยังไม่มากนัก
ขณะนี้ อาจกล่าวได้ว่ามีการจัดสัมมนาระดมความเห็นค่อนข้างบ่อย มีการจัดงานจากหน่วยงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลแทบทุกสัปดาห์ จนรู้สึกว่าอะไรก็ “ประเทศไทย4.0” ทั้งสิ้น แม้บางเรื่องไม่จำเป็นต้องอ้างถึงด้วยซ้ำไป แต่ก็อดที่จะอ้างอิงถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาลไม่ได้ เพราะหาไม่แล้วก็อาจจะถูกมองว่าตกกระแส หรือ ไม่ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่ปัญหาสำหรับของนโยบายประเทศไทย 4.0 ในขณะนี้คือคนยังค่อนข้างสับสนว่าคืออะไรกันแน่
แน่นอนว่ารัฐบาลต้องการปรับโฉมเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่ ด้วยการผลักดันมาตรการสนับสนุนที่สำคัญๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสับสนก็คืออะไรที่เรียกว่าประเทศไทย 4.0 และอะไรที่ไม่เข้าข่าย ซึ่งหากไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายนี้จะทำอย่างไร และต้องปรับตัวอย่างไร แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผลักดันออกมาหลายด้าน แต่จากภาคธุรกิจที่เข้าไปขับเคลื่อนตามนโยบายนี้จริงยังมีอยู่ไม่มากนัก บางอุตสาหกรรมก็เพียงแค่แสดงความสนใจ แต่ยังไม่ได้มีการลงทุนจริง
เสียงสะท้อนจากภาคเอกชนบางคน เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงไปตามเป้าหมายยังต้องใช้เวลา แต่หากตัดคำว่าประเทศไทย 4.0 ออกจากนโยบาย และเปลี่ยนใช้คำอื่นแทนน่าจะแก้ปัญหาความสับสนได้ เพราะขณะนี้มักจะอ้างกันเสมอว่าอะไรๆ ก็ประเทศไทย 4.0 ซึ่งเท่ากับว่าความเป็น 4.0 ปรากฏแทบทุกเรื่อง ในขณะที่หากมีการใช้คำทั่วไปที่สามารถเข้าใจง่าย ก็น่าจะลดความสับสนที่เกิดขึ้นได้ ทั้งๆที่หากจะกล่าวกันจริงๆเกี่ยวกับเรื่อง 4.0 แล้ว ถือว่ามีความซับซ้อน ไม่เพียงแค่ให้เงินทุนและแก้กฎหมาย
อันที่จริง ความเป็นประเทศไทย 4.0 นั้น เราไม่อาจกล่าวถึงแค่ในเรื่องความทันสมัยเชิงวัตถุ หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว และเราไม่อาจใช้มูลค่าทางเศรษฐกิจในการวัดผลว่าประเทศไทยจะมีความร่ำรวยขึ้นกว่าเดิมเท่าไร และทำให้เราสามารถก้าวพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ และหากจะมองประเทศไทย 4.0 ในเชิงสังคมแล้ว เราก็ต้องมีตัวชี้วัดเชิงคุณภาพมากกว่าเรื่องรายได้เป็นหลัก แต่ต้องรวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีและความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคนในสังคม
แต่ในเมื่อขณะนี้มักจะเรียกทุกสิ่งทุกอย่างว่าประเทศไทย 4.0 เราก็จำเป็นต้องเดินไปตามนั้น เพราะนโยบายประกาศให้นักลงทุนต่างชาติได้รับรู้ด้วย ไม่เพียงแต่นักธุรกิจไทยและคนไทยโดยทั่วไปเท่านั้น แต่ในเมื่อยังคงผลักดันนโยบายนี้ต่อไป เราก็อยากให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นในรายละเอียดเท่านั้นว่าหากเราเดินหน้าไปสู่ยุคประเทศไทย 4.0 จริงแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับคนไทยอย่างแท้จริง เพราะขณะนี้เรารับรู้นโยบายนี้กันแทบทุกวันอยู่แล้ว
หากไม่มีการอธิบาย นอกจากโมเดล หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งไม่มีความชัดเจนและสามารถอธิบายได้ ถึงระดับตัวคนว่าจะได้อะไรจากประเทศไทย 4.0 เราก็เชื่อว่าความสับสนก็มีอยู่ทั่วไป ยกเว้นแต่บรรดานักลงทุนหรือนักอุตสาหกรรมเท่านั้น ที่ได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ดังนั้น สิ่งที่เราอยากรู้ในขณะนี้คือคนไทยยุค 4.0 จะเป็นอย่างไร หากไปถึงเป้าหมายดังกล่าว และที่อยากรู้มากกว่าคือแผนปฏิบัติที่นำไปสู่ยุค 4.0 มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร






