ไม่ทราบว่าดีเอสไอได้เป้าหมายใหม่ที่เป็น “สถานที่หลบซ่อนตัว” ของพระธัมมชโยหรือไม่
จึงเข้าค้นรอบสุดท้ายในพื้นที่วัดไม่ถึง 200 ไร่เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา แล้วยุติปฏิบัติการไปดื้อๆ
ถ้าเป็นเหตุผลนี้ก็ยังพอฟังได้ เนื่องจากตัวผู้ต้องหาไม่อยู่แล้ว จะเข้าไปค้นต่อทำไม
แต่จากข่าวสารที่ดีเอสไอพยายามสื่อมาตลอด คือการค้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่ค้นเพื่อหาตัวพระธัมมชโย แต่ต้องการหาหลักฐานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรด้วย
น่าแปลกที่ปฏิบัติการครั้งนี้จบลงง่ายๆ ทั้งที่มีการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ซึ่งเป็นมาตรการสูงสุดเท่าที่กฎหมายจะทำได้ เนื้อหาการให้อำนาจบางส่วนมาจาก “พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ” ด้วยซ้ำ
ขณะที่ท่าทีของผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็ขึงขัง ถึงขั้นประกาศจะปิดล้อมวัดเป็นปีๆ ก็จะทำ ส่วนดีเอสไอ ก็เพิ่งบอกว่าจะทำให้เรื่องนี้จบภายใน 5 วัน แต่ผ่านไปแค่ 2 วันก็จบแบบพลิกความคาดหมาย
แล้วที่ส่งรถราม้าช้างไปล้อมวัดเอาไว้ หมดงบไปอย่างต่ำๆ 2 ล้านบาทต่อวัน 23 วันก็เฉียดๆ 50 ล้าน คืออะไร? ถ้าทำได้แค่นี้ก็ควรจบตั้งแต่ที่ค้น 2 วันแรกแล้วหรือไม่?
เสียงลือเสียงเล่าอ้างของคนในแวดวงกระบวนการยุติธรรมก็คือมีใคร “เปิดทางให้หนี” เพื่อแลก “เปิดวัดให้ค้น” หรือเปล่า?
งานนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่เสียหายแค่ดีเอสไอ แต่รัฐบาล คสช. รวมถึง "ม.44" ก็ถูกมอง “ไร้น้ำยา” ไปด้วย
ส่วนการดำเนินการทางสงฆ์ การชงเรื่องให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศนั้น ก็ไม่ใช่มติ มส. แต่เป็นการดำเนินการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มี “คนดีเอสไอ” ไปเป็นผู้อำนวยการ
และกระบวนการนี้ไม่มีกรอบเวลา...เอวัง!






