วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทุนใหญ่ผนึกกำลังรอด บทสะท้อน 'เอสเอ็มอีไทย'

ข่าวการ“ผนึกกำลัง” ของสองยักษ์พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทค้าปลีก

 บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ของตระกูลจิราธิวัฒน์ กับยักษ์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาฯประเภทโรงแรมหรู บมจ.ดุสิตธานี ของตระกูล “โทณวณิก” ตั้งหลายบริษัทร่วมทุนเพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการอสังหาฯรูปแบบผสม (มิกซ์ยูส) ได้แก่ โรงแรม ที่อยู่อาศัย และศูนย์การค้า บริเวณทำเลทองหัวมุมถนนสีลม-พระราม4 มูลค่าลงทุนรวมกันกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท นอกจากจะตื่นเต้นว่ากรุงเทพฯ กำลังจะมีอีกแลนด์มาร์คกลางกรุง อีกปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ยังสะท้อนถึง “การแข่งขัน” ทั้งในธุรกิจค้าปลีก และโรงแรม ที่รุนแรง นำมาซึ่งการ “ผนึกกำลังรอด” ของ “ทุนใหญ่” กับ “ทุนใหญ่”

ตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรม ยังเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา กับข่าวช็อกวงการโรงแรมหรู เมื่อ ทายาทโรงแรมสวิส โฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ เขียนจดหมายเปิดผนึกด้วยลายมือถึงพนักงาน ว่ากิจการโรงแรมที่ดำเนินมากว่า 36 ปีกำลังจะปิดตัวลงในปลายปี โดยตอนหนึ่งของจดหมายอ้างถึงการแข่งขันที่รุนแรง กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยของการขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ 15 ไร่ดังกล่าว มูลค่า 10,800 ล้านบาท ให้กับ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ เครือข่ายธุรกิจโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในไทย “ปิดตำนาน” โรงแรมหรูบนถนนวิทยุ   

ขณะที่ในฟากของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัย ผู้บริหารในธุรกิจนี้หลายรายบอกตรงกันว่า แนวโน้มการแข่งขันจากนี้ไปจะเห็น “ศึกช้างชนช้าง” หรือ “ยักษ์ชนยักษ์” นั่นเพราะภาวะการแข่งขันที่รุนแรง จากกำลังซื้อที่ชะลอตัว เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้น เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการายใหญ่ต้องชิงปรับตัว ด้วยการผนึกพันธมิตร โดยเฉพาะพันธมิตรต่างชาติ เสริมแกร่งทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี อาทิ บมจ.สิงห์ เอสเตท ผนึก ฮ่องกง แลนด์ ยักษ์อสังหาฯจากฮ่องกง ,บมจ.แสนสิริ ผนึก มิตซุย ฟูโดซัง ยักษ์อสังหาฯจากญี่ปุ่น เช่นเดียวกับ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ที่ผนึกกำลังกับอีกหนึ่งยักษ์อสังหาฯแดนซามูไร “มิตซูบิชิ เอสเตท” เป็นต้น  

หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องพลิกไปดำเนินธุรกิจอื่นเพื่อเพิ่มความหลากหลาย เป็นไปเพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ อาทิ ยักษ์ธุรกิจอสังหาฯแนวราบ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ที่รีบพลิกตัวตั้งบริษัทโฮลดิ้ง “พฤกษา โฮลดิ้ง” ล่าสุดกับการประกาศลงทุนในธุรกิจ “โรงพยาบาล” เพื่อสร้างพอร์ตรายได้ประจำ

เราเห็นว่า เมื่อเกมการแข่งขันทางธุรกิจทำท่าจะถูกยึดเวทีโดย “ผู้เล่นรายใหญ่” มากขึ้นต่อเนื่อง จนแทบไม่เหลือที่ยืนให้กับผู้เล่นรายเล็กรายน้อย การปรับตัวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ แม้จะเป็นหนทางรอดหนึ่งของรายย่อยเพื่อต่อกรกับรายใหญ่ แต่รายใหญ่เองก็หันสู่สังเวียนออนไลน์เข้าถึงผู้บริโภค เช่นกัน แม้ว่าภาครัฐจะเร่งหาช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ผลลัพธ์กลับยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรม การช่วยเหลือทางการเงิน โดยให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) มากมายหลายล็อต ผ่านหลายสถาบันการเงินของรัฐ น่าจะถูกทบทวนว่า สุดท้ายแล้วคือแต้มต่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยจริงหรือไม่ หรือให้แล้วหาย ถึงเวลาที่รัฐต้องตั้งวงคุยกับรายย่อยจริงๆจังๆแล้วว่า พวกเขาต้องการอะไรกันแน่  เงิน เทคโนโลยี ตลาด หรืออะไร ? นอกเหนือจากการพึ่งพาตัวเอง