การเกิดไข้หวัดนกในหลายประเทศทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ อาจทำให้หลายคนกังวลใจเกี่ยวกับ
สถานการณ์ดังกล่าวในบ้านเรา แต่ต้องบอกว่าโชคดีที่ประเทศไทยรับมือและประกาศเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่สามารถป้องกันไข้หวัดนกได้ 100% โดย น.สพ.อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงรักษาสถานภาพปลอดโรคไข้หวัดนกตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลา 9 ปีติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินร่วมกันในการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างเข้มแข็งระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีก และการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของกรมปศุสัตว์และกรมควบคุมโรค
โดยขณะนี้ กรมได้สั่งการให้ปศุสัตว์ทุกจังหวัดเข้มงวดในการป้องกันโรคอย่างสม่ำเสมอ โดยค้นหาสัตว์ป่วยและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในพื้นที่เสี่ยง อาทิ พื้นที่ 10 กิโลเมตร จากแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปกติจะมีการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคปีละ4ครั้งเป็นประจำ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกผ่านเข้า-ออก ในพื้นที่ชายแดนและการตรวจพิสูจน์ตัวอย่าง โดยเจ้าหน้าที่ด่านกักสัตว์ตั้งจุดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในบริเวณจุดผ่านแดน ฉีดพ่นยานพาหนะทุกคันที่สงสัยว่ามีการปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งรถยนต์ รถจักรยาน และรถเข็น นอกจากนี้ให้ระงับการนำเข้าไก่ เป็ด ห่าน นก ไข่ และซากสัตว์ปีกจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการรายงานตรวจพบโรคไข้หวัดนก จนกว่าจะได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุขในประเทศนั้นว่าปลอดโรคแล้ว พร้อมย้ำว่าผู้บริโภคสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกซื้อสินค้าเนื้อสัตว์ปีกและไข่จากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น เพราะการปรุงอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศา ก็สามารถฆ่าเชื้อไข้หวัดนกได้แล้ว
ความรู้ความเชี่ยวชาญในการป้องกันโรคดังกล่าวของประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นเมื่อไทยเราพบบทเรียนสำคัญในปี 2547 ทำให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำแนวคิดการจัดการปัจจัยความเสี่ยงขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) มาใช้ในระบบเลี้ยงสัตว์ปีกและผลักดันให้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสัตว์ปีกและเกษตรกรร่วมกันดำเนินการ ซึ่งผู้นำอุตสาหกรรมอย่างบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ตลอดจนเกษตรกรในโครงการคอนแทรคฟาร์มมิ่งของบริษัทก็ได้ร่วมกับกรมฯจัดทำโครงการปลอดโรคไข้หวัดนกตามหลักการของ OIE ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2549 ด้วยแนวคิดที่ว่า “วิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องป้องกันตั้งแต่ต้นทาง” จนประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถป้องกันไม่ให้สัตว์ปีกเกิดโรคดังกล่าวได้จริงและมีประสิทธิภาพ
รูปแบบการบริหารจัดการดังกล่าวเรียกว่าระบบคอมพาร์ทเม้นท์ (Compartment) ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยทางชีวภาพที่ลดโอกาสและความเสี่ยงการเกิดโรค โดยมีสัตว์เป็นศูนย์กลาง คอมพาร์ทเม้นท์นี้จะช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือปัจจัยของการเกิดโรคของสัตว์ เพื่อหาทางป้องกันและจัดการกับปัจจัยความเสี่ยง
จากความสำเร็จของประเทศไทย ทำให้ น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล จากซีพีเอฟ เป็นตัวแทนอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย ไปถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบคอมพาร์ทเม้นท์เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนกนี้ในเวทีนานาชาติหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพยายามแบ่งปันความรู้กันไปทั่วโลก แต่เราก็ยังคงพบการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกหลายสายพันธุ์ในกว่า 30 ประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน รวมถึงประเทศแถบหนาวอีกหลายแห่ง
หมายความว่า แม้เราจะมีระบบที่ดีแต่ต้องพึงตระหนักว่าจะประมาทหละหลวมในความเข้มงวดต่างๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะความเข้มงวดในองค์ประกอบหลัก 4 ข้อ ได้แก่
1.) มาตรฐานการจัดการด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity Management) สำหรับสถานประกอบการ ตามหลักการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤติที่ต้องควบคุม หรือHACCPสำหรับโรคไข้หวัดนก
2.) การเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนในรัศมี 1 กม. รอบฟาร์ม (Surveillance)
3.) การควบคุมโรคไข้หวัดนกในฟาร์มและพื้นที่กันชนในรัศมี1กม.รอบฟาร์ม และ
4.) ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ทำให้สามารถติดตามข้อมูลการผลิตได้ตลอดห่วงโซ่อาหารตั้งแต่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ (Feed) ถึงโรงงานอาหารแปรรูป (Food)
หากเป็นกระบวนการในภาคธุรกิจที่มีผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลในทุกจุด อาจไม่น่ากังวลมากนัก แต่สำหรับฟาร์มขนาดกลางหรือเล็ก ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่จะต้องช่วยป้องกันหวัดนกมิให้เข้ามาระบาดในประเทศไทยด้วยนั้น น.สพ.พยุงศักดิ์ ระบุว่ายิ่งจำเป็นต้องใช้แนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้อย่างเค่งครัด
1) ต้องเข้มงวดกวดขันและทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั้งบุคคลที่จะเข้า-ออกฟาร์ม อุปกรณ์การเลี้ยง และยานพาหนะที่เข้าฟาร์ม
2) หมั่นตรวจสอบโรงเรือนไก่หรือเป็ดต้องปิดมิดชิดสมบูรณ์อย่าให้สัตว์พาหะนำโรคเช่นนก เข้าไปสัมผัสไก่-เป็ดในโรงเรือน
3) อย่าสัมผัสสัตว์ปีกที่ไม่ใช่ไก่หรือเป็ดของฟาร์มตนเอง และ
4) หากพบว่าไก่หรือเป็ดมีปัญหาสุขภาพต้องรีบแจ้งสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที
เหล่านี้เป็นหลักปฏิบัติที่จะช่วยป้องกันประเทศไทยให้รอดพ้นจากไข้หวัดนก ท่ามกลางประเทศอื่นๆ รอบตัวที่ต่างก็กำลังเผชิญการระบาดของโรคดังกล่าว ความเข้มแข็งของภาครัฐ ตลอดจนความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคเกษตรกร และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกำแพงอันแข็งแกร่งในการป้องกันประเทศไทย...ปกป้องคนไทยให้ปลอดภัยจาก มหันตภัยไข้หวัดนกได้ดังเช่น 9 ปีที่ผ่านมา
---------------------
เพ็ญภัสสร์ วิจารณ์ทัศน์








