วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงินทุนสำรองจีนอาจแตะ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์

เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี ที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนลดต่ำกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในเดือน ม.ค.2560 โดยการลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดดุลการชำระเงิน (Balance of Payment) ซึ่งสาเหตุหลักมาจากเงินทุนไหลออกที่เพิ่มมากขึ้นในส่วนของบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital and financial account) รวมถึงการแทรกแซงค่าเงินของทางการจีนเป็นหลัก 

ทั้งนี้ หากพิจารณาบัญชีฐานะการลงทุนระหว่างประเทศของจีน (IIP) ซึ่งเปรียบได้กับงบดุลของภาคธุรกิจแล้ว การขาดดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายของจีน คงเป็นผลมาจากการทยอยเพิ่มการลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนจีนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (Direct investment) สะท้อนจากมูลค่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นกว่า 44% ในปี 2559 สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 15% ต่อปีในช่วงปี 2555-2558 หรือการแสวงหาการลงทุนทางเลือกผ่านการเก็งกำไรค่าเงิน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ (Foreign bonds) ที่ขยายตัวต่อไตรมาสโดยเฉลี่ยกว่า 10% QoQ นับตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ แนวโน้มตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลต่อการเก็งกำไรค่าเงินหยวน ผ่านช่องทางพิเศษที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ อาทิ การลงทุนใน Bitcoin รวมถึงแนวนโยบาย America First ของประธานาธิบดี Trump ยังเร่งการไหลออกของเงินทุนในช่วงปลายปีที่ผ่านมาอีกด้วย

จากสถานการณ์ข้างต้น ส่งผลให้ทางการจีนหันมาปรับใช้มาตรการที่มุ่งเน้นการดูแลเสถียรภาพของค่าเงินไม่ให้มีการอ่อนค่า รวมถึงมาตรการป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินตลาด Offshore โดยผลลัพธ์เฉพาะหน้าเป็นที่ประจักษ์ในเบื้องต้นว่า มาตรการข้างต้นช่วยลดความผันผวนของค่าเงินหยวน รวมถึงอัตราการลดลงของฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศได้ในระดับหนึ่ง

ผลของมาตรการดูแลเสถียรภาพค่าเงินของทางการจีนเริ่มส่งผลผ่านการชะลอการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ดังสะท้อนได้จากมูลค่าการทำธุรกรรมควบรวมกิจการในต่างประเทศของจีน (Outbound M&A) ในเดือน ม.ค.2560 ลดลงกว่าร้อยละ 56 YoY มาอยู่เพียงราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของเดือน ก.พ.2560 มูลค่าธุรกรรม Outbound M&A เหลือต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้ง ธุรกรรมการชำระเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินหยวน (RMB Cross-Border settlement) ยังอยู่ในทิศทางลดลงต่อเนื่องจากโดยเฉลี่ยที่ 6.2 แสนล้านหยวนต่อเดือนในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 มาอยู่เพียงแค่ราว 3.5 แสนล้านหยวน ในเดือน ม.ค.2560

ทั้งนี้ ความต่อเนื่องและความเข้มข้นของมาตรการดูแลเสถียรภาพค่าเงินของทางการจีน นับเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม โดยหากมาตรการดูแลเสถียรภาพค่าเงินที่ทางการจีนปรับใช้มีประสิทธิผลต่อเนื่อง จนทำให้ค่าเงินหยวนและฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศดูมีเสถียรภาพขึ้น ทิศทางการไหลออกของเงินทุนในปีนี้อาจยังคงมีอยู่ แต่จะอยู่ในจังหวะที่ชะลอลง ซึ่งจะส่งผลให้ฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนคาดว่าจะอยู่ที่ราว 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ ในสิ้นปี 2560

อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของตลาดการเงินทั่วโลกยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแนวนโยบาย America First ที่อาจส่งผลต่อการย้ายฐานการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติออกจากจีน หรือการที่ Fed อาจส่งสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นนั้น อาจนำไปสู่ความเชื่อมั่นของเงินหยวนจนทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามากกว่าที่ทางการประเมินไว้ พร้อมกับการไหลออกของเงินทุนที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง 

สุดท้ายนี้ โจทย์ท้าทายของทางการจีนในปีนี้ นอกเหนือจากการควบคุมการออกไปลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนจีนเองแล้ว ยังคงต้องผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานอื่นเพื่อประคองเศรษฐกิจภายในประเทศและส่งเสริมให้นักลงทุนจีน รวมถึงนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้นด้วยเช่นกัน

---------------------

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย