รัฐบาลจัดงานใหญ่ “Opportunity Thailand” เป็นงานสัมมนาใหญ่เพื่อโรดโชว์
ความพร้อมนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือ พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ระยองและชลบุรี โดยหวังว่าการโรดโชว์ในครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้เกิดการลงทุนในประเทศตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยมีเป้าหมายระยะยาวให้เศรษฐกิจไทยขยับขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล มีความมั่นใจอย่างมากถึงศักยภาพของประเทศใน โดยเฉพาะอยู่ศูนย์กลางของประชาคมอาเซียน ย่อมมีความได้เปรียบหลายๆ ประเทศในภูมิภาค อีกทั้งมีความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานพอสมควร ดังนั้นอาจไม่เป็นเรื่องยากนักหากต้องการผลักดันให้เกิด เขตพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ขึ้นในประเทศ ทดแทนหรือต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่มุ่งไปที่การผลิตใช้เทคโนโลยีเดิม ซึ่งประเด็นศักยภาพดูเหมือนประเทศไทยเป็นที่ทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่ติดปัญหาหลายด้านที่เป็นอุปสรรคการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะนี้นับไม่ว่าน่าเป็นห่วงในเรื่องกฎกติกาต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งไม่เพียงแต่พื้นที่อีอีซีใน 3 จังหวัดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเขตเศรษฐกิจชายแดน ที่รัฐบาลหวังว่าจะเป็นจุดเชื่อมสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขณะนี้เรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการจัดหาที่ดินและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ขึ้นมารองรับนั้น ถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก แม้บางคนยังเห็นว่ามีความล่าช้าในการผลักดันให้เกิดขึ้น แต่หากพิจารณาปัจจัยที่ทำให้เกิดความล่าช้าก็จะเห็นว่ามาจากปัจจัยอื่นมากกว่าเรื่องสิทธิประโยชน์ในประเทศ
ความสำคัญของอีอีซีหรือไม่นั้น แน่นอนว่านโยบายของรัฐบาลปัจจุบันนั้นมีความสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเป็นจุดเริ่มให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน คือ สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจของไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน ที่เราหวังว่าจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้ และหากมองไปนอกประชาคมอาเซียนแล้ว ปัจจัยที่ชี้ขาดสำคัญก็คือตลาดโลก เพราะหากเกิดการแข่งขันเพื่อผลิตสินค้าบริการแข่งกันขายมากเท่าไร ความยากลำบากที่ต้องการให้เกิดเขตเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนั้นไม่เป็นเรื่องที่ง่ายนัก
ดังนั้น การสัมมนาในครั้งนี้ เพียงแค่กระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ก็ถือว่าดีมากสำหรับการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทย ส่วนจะเกิดการลงทุนขึ้นจริงจนทำให้เกิดการพลิกโฉมอุตสาหกรรมของไทยอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ยังคงต้องใช้เวลานานพอสมควร เช่นเดียวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นๆ ทั่วโลก กว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้อย่างจริงจังต้องใช้เวลานับสิบปี เพียงแต่เราจะรักษาภาพลักษณ์ที่ดีต่อการลงทุนในพื้นที่อีอีซีให้ต่อเนื่องยาวนานได้อย่างไร เพราะถือเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว
ที่สำคัญ ขณะนี้รัฐบาลกำลังจะผลักดันกฎหมายต่างๆ ออกมารองรับอีอีซี ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้น ว่านโยบายนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย แต่ปัญหาสำคัญสำหรับสังคมไทยคือ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงพยายามวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งรวมถึงอีอีซีด้วย ดังนั้น ความท้าทายมากที่สุดว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จึงกลายเป็นเรื่องความเชื่อมั่นในเชิงนโยบายต่างหาก เพราะหากมีความมั่นใจว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาเหมือนในบางนโยบาย เราเชื่อว่าโอกาสของไทยก็อยู่แค่เอื้อม








