ภาวะเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง หลังจากราคาน้ำมันที่ต่ำลงทำให้อัตราเงินเฟ้อในช่วง 2-3 ปีนี้ลดลง
จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าอัตราเงินเฟ้อลดลงจริงๆ ถึงแม้ว่าน้ำมันดิบไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายของผู้บริโภคโดยตรง เพราะคุณคงไม่สามารถใช้น้ำมันดิบเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของรถได้ แต่ น้ำมันดิบเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทางอ้อม โดยผู้บริโภคจับจ่ายซื้อน้ำมันดิบในรูปของแก๊สโซลีน ตั๋วเครื่องบิน (เชื้อเพลิงของเครื่องบิน) และอาหาร (น้ำมันดีเซลที่ใช้เติมรถขนส่งอาหาร) ราคาแก๊สโซลีน ตั๋วเครื่องบิน และอาหารซึ่งมีราคาอยู่ในดัชนีเงินเฟ้อผู้บริโภค ล้วนมีราคาน้ำมันดิบรวมอยู่ด้วย
โดยน้ำมันดิบนั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 5 ของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบตกลงถึงเกือบร้อยละ 75 จากราคา ณ จุดสูงสุดถึงต่ำสุดสถานการณ์นี้ย่อมส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปอย่างชัดเจน
ในขณะที่ต้นทุนแรงงานภายในประเทศ คิดเป็นร้อยละ 70 ของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดจากราคาค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าบริการทางกฎหมายที่เกือบทั้งหมดเป็นต้นทุนค่าแรงงาน ต้นทุนแรงงานภายในประเทศเองก็ส่งผลกระทบต่อสินค้านำเข้าด้วยเช่นกัน เพราะราคาสินค้านำเข้าจะเพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่มาจากค่าใช้จ่ายในการจ้างงานพนักงานภายในร้าน ทีมโฆษณา หรือคนขับรถขนส่ง – ทั้งหมดนี้เป็นต้นทุนที่มาจากแรงงานภายในประเทศ
เมื่อต้นทุนแรงงานสูงขึ้น ธุรกิจอาจจะต้องเลือกระหว่างผลกำไรที่น้อยลงหรือผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะในปัจจุบัน ราคาน้ำมันหยุดการปรับตัวลงแล้ว ทำให้ผลของต้นทุนแรงงานที่มีต่อภาวะเงินเฟ้อนั้นชัดเจนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นอีกครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แต่มีความซับซ้อนในสามประเด็นด้วยกัน
1) คุณอยู่ที่ไหน – เป็นเรื่องสำคัญ
ต้นทุนแรงงานในประเทศนั้นเป็นผลมาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศ เงินเฟ้อจึงเป็นเรื่องที่มีผลเฉพาะที่ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเวเนซูเอล่าจึงเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงในขณะที่สวิสเซอร์แลนด์เกิดภาวะเงินฝืด และในขณะที่ราคาน้ำมันหยุดการปรับตัวลง ประเทศเยอรมันและสหรัฐซึ่งมีแรงกดดันสูงด้านค่าจ้าง จึงมีแนวโน้มจะประสบกับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรงกว่ากรีซซึ่งมีแรงกดดันด้านค่าจ้างแรงงานน้อยกว่า
2) ตลาดหุ้นไม่ใช่ตัวชี้วัดภาวะเงินเฟ้อ
ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จะมีอำนาจในการกำหนดราคาในแบบเดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วหุ้นของบริษัทซื้อขายให้แก่บริษัทด้วยกัน ไม่ใช่ผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ อำนาจในการตั้งราคาของบริษัทเป็นผลจากราคาของฝั่งผู้ผลิตมากกว่าราคาของผู้บริโภค (ยกเว้นในกลุ่มของธุรกิจค้าปลีก) ทั้งนี้ ถ้าภาษีหรือภาษีศุลกากรทำให้ราคาสินค้าของผู้บริโภคสูงขึ้นก็จะทำให้ราคาหุ้นที่บริษัทหนึ่งขายให้อีกบริษัทหนึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกำไรใดๆ
นอกจากนี้ภาวะเงินเฟ้อยังแตกต่างไปตามประเภทอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่อยู่อาศัย สุขภาพ และการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 45 ของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐ แต่กลับก็ไม่มีความสำคัญเท่าไรนักในตลาดหุ้นสหรัฐ จริงๆ แล้ว หากราคาที่พักอาศัย การรักษาและดูแลสุขภาพ และการศึกษาสูงขึ้นอาจจะทำให้ผู้บริโภคเหลือรายได้ไปใช้จ่ายกับสินค้าอื่นๆ น้อยลง ดังนั้น อำนาจของราคาบริการด้านสุขภาพอาจลดการใช้จ่ายด้านสันทนาการต่างๆ ลง หุ้นด้านธุรกิจเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจไม่อาจป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อแก่ธุรกิจเฮลท์แคร์ได้
3) คุณเป็นใครก็เป็นเรื่องสำคัญ
ผู้บริโภคแต่ละคนซื้อสินค้าแตกต่างกัน อีกทั้งรูปแบบการใช้จ่ายของผู้สูงอายุย่อมแตกต่างไปจากคนหนุ่มสาว รวมไปถึงรูปแบบการใช้จ่ายของกลุ่มคนที่มีรายได้สูงก็ย่อมแตกต่างจากกลุ่มคนที่มีรายต่ำด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปแล้วกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำและผู้สูงวัยนั้นเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าอัตราโดยเฉลี่ย การเป็นคนหนุ่มสาวและคนรวยนั้นทำให้คุณซื้อของได้ถูกกว่าหากคุณสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
ความไม่เท่าเทียมกันในการเผชิญภาวะเงินเฟ้อนี้ก็มีนัยยะทางการเมืองแฝงอยู่ โดยกลุ่มคนที่มีรายได้ต่ำหรือ “คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” จากความมั่งคั่งทั้งหลายอาจจะรู้สึกว่าคุณภาพชีวิตของพวกเขาไม่ได้ดีขึ้นเลยหากภาวะเงินเฟ้อที่ไม่เท่าเทียมกันยังดำเนินต่อไป และหากการปกป้องการค้าทำให้ราคาของสินค้าที่ผู้มีรายได้
น้อยซื้อหามีราคาสูงขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล ก็อาจส่งผลให้สถานการณ์เงินเฟ้อที่ไม่เท่าเทียมกันลดทอนคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่เดิมเคยให้การสนับสนุนประชานิยมลง
การใช้ชีวิตภายใต้ภาวะเงินเฟ้อ - ปี 2560 จะเป็นปีที่ราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ นักลงทุนก็จำเป็นต้องประเมินให้ถูกว่าดัชนีการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อนั้นส่งผลอย่างไรต่อหุ้นที่ถือครองและการลงทุนของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ส่วนที่น่าสนใจอาจจะเป็นการที่ภาวะเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่บอกกับเราว่าโลกกำลังกลับสู่สภาวะเดิมที่ราคาสินค้าต่างๆ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนังสือเล่มล่าสุด “The Truth About Inflation” ของพอล โดโนแวน ได้รับการตีพิมพ์โดย Routledge ในเดือนเมษายน 2558 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ubs.com/pauldonovan สามารถอ่านบทความของพอลเพิ่มเติมได้ในชุดสารคดี UBS หมวดผู้รับรางวัลโนเบลในสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ www.ubs.com/nobel
--------------------
พอล โดโนแวน
นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากยูบีเอส






