วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์จะดันให้อาเซียน ไปแอบอิงปักกิ่งหนักขึ้น

หากโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบายแบบ America First อย่างที่ประกาศไว้ และยกเลิกแนวทาง Pivot to Asia

 (ปักหมุดเอเชีย) ที่โอบามาริเริ่มเอาไว้ อีกทั้งฉีกข้อเสนอ TPP (Trans-Pacific Partnership) ที่มุ่งจะสร้างเขตการค้าเสรีในเอเชียแปซิฟิก โดยมีสหรัฐเป็นแกนนำ ก็เชื่อได้ว่า “ดุลแห่งอำนาจ” ในย่านนี้จะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

หลายประเทศในเอเชียอาคเนย์เริ่มหันเหไปสู่จีนอย่างเปิดเผย

เริ่มด้วยฟิลิปปินส์ที่ผู้นำอย่างดูเตอร์เต้ ประกาศอย่างไม่ลังเลว่า จะเลิกคบสหรัฐและหันมาใกล้ชิดสนิทสนมกับจีนและรัสเซีย

เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำปักกิ่งคนใหม่ Jose “Chito” Sta. Romania (เคยเป็นนักข่าวประจำปักกิ่ง) บอกว่าการปรับเปลี่ยนท่าทีของประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ ต่อสหรัฐและจีนเป็น “strategic shift” หรือการปรับเปลี่ยนทางยุทธศาสตร์

“We are not abandoning our alliance with the US...We are basically trying to normalize our relations with China.”

แปลว่า “เราไม่ได้ทิ้งความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ กล่าวโดยพื้นฐานแล้ว เรากำลังพยายามจะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับจีนเข้าสู่ภาวะปกติเท่านั้น”

ทูตฟิลิปปินส์บอกว่าดูเตอร์เต้พร้อมจะทำงานร่วมกับจีน ในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตที่เป็นข้อพิพาทระหว่างสองประเทศในทะเลจีนใต้

หลังจากดูเตอร์เยือนจีนไม่กี่สัปดาห์ นายกฯมาเลเซียนาจิบ ราซัค ก็บินไปจับมือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และลงนามในข้อตกลงเรื่องการค้าการขาย รวมไปถึงเตรียมจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และเรือรบจากจีนอย่างเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ สปป.ลาวก็ขยับเข้าใกล้จีนอย่างเห็นได้ชัด ดูได้จากการที่จีนไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในลาวอย่างคึกคัก รวมถึงเส้นทางรถไฟจากจีนมาลาวเพื่อเตรียมจะเชื่อมต่อกับไทย

กัมพูชานั้นไม่ต้องพูดถึง นายกฯฮุนเซ็นได้เลือกจะอยู่ข้างจีนในเรื่องใหญ่ ๆ มาแล้วอย่างไม่เขินอาย ถึงขั้นที่ไม่ยอมใส่หัวข้อเรื่องข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ในแถลงการณ์ร่วมอาเซียน เมื่อคราวที่พนมเปญเป็นเจ้าภาพหมุนเวียน จนทะเลาะเบาะแว้งกับอดีตประธานาธิบดีเบนิกโน อะคีโนอย่างร้อนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว

แต่วันนี้ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับจีน ฮุนเซนกับดูเตอร์เต้กลับมาร้องเพลงเดียวกัน

สิงคโปร์กับอินโดนีเซียพยายามรักษาความผูกพันกับสหรัฐที่คบหากันมายาวนาน แต่ทั้งสองประเทศก็เริ่มจะขยับเข้าใกล้จีนโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ

แต่หากทรัมป์เล่นเกม “ผลประโยชน์สหรัฐต้องมาก่อนทุกอย่าง” และไม่สานต่อความสัมพันธ์กับอาเซียนทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง เขาก็จะผลักดันให้สองประเทศนี้ (รวมถึงไทย) ขยับเข้าใกล้ปักกิ่งมากขึ้นกว่าที่เห็นอยู่ ณ วันนี้ก็ได้

ปีใหม่นี้จึงเป็นปีที่อาเซียนต้องปรับตัว ท่ามกลางความผันผวนอย่างยิ่ง!