วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สินเชื่อช่วยน้ำท่วม

ต้องยอมรับว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้

 ค่อนข้างเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนำมาตรการที่เคยทำไว้มาปรับใช้ ทั้งการพักชำระหนี้ ให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟู เพราะปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

   เพียงแต่สถานการณ์ในปีนี้ อาจจะกินเวลายาวนานและรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยให้นำเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมภาคใต้ มาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 1.5 เท่า จากเดิมหักลดหย่อนได้เพียง 1 เท่า

ไม่เพียงเท่านั้นกระทรวงการคลัง ยังเตรียมออกมาตรการทางด้านการเงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยใช้กลไกของแบงก์รัฐเป็นหลัก แม้ว่าก่อนหน้านี้แบงก์รัฐจะทยอยออกมาตรการช่วยเหลือไปแล้ว แต่ 'กฤษฎา จีนะวิจารณะ' ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) บอกว่า อยากให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่นการลดดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำท่วมลงอีก ระบุว่าหากเป็นไปได้ อยากเห็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในระดับ 0% เป็นเวลา 1-2 ปีเลยทีเดียว โดยให้โจทย์แบงก์รัฐแต่ละแห่งกลับไปคิดและมาเสนอ พร้อมเปิดทางว่าแบงก์รัฐสามารถขอเป็นโครงการ PSA ได้

     ดูเหมือนว่าการทำดอกเบี้ย 0% ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกแบงก์ต่างมีต้นทุนการเงิน อีกทั้งการเสนอขอเป็นโครงการ PSA จะต้องเสนอให้ ครม. ครั้นจะให้มีซอฟท์โลนเหมือนเมื่อตอนน้ำท่วมปี 54 แบงก์ชาติ ก็ทำไม่ได้ หรือหากจะใช้เงินธนาคารออมสินทำซอฟท์โลน เหมือนซอฟท์โลนช่วยเอสเอ็มอี ก็กลัวว่าจะเป็นการช่วยเหลือไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งมีการประเมินว่าผลกระทบจากน้ำท่วมรอบนี้ ไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อปี 2554 หากเป็นเช่นนี้ก็คงจะชัดเจนว่า น้ำท่วมรอบนี้คงไม่มีซอฟท์โลนแน่นอน !!

       แต่ถึงไม่มีซอฟท์โลน แบงก์รัฐก็พยายามทำดอกเบี้ยให้ต่ำลงอีก โดยเฉพาะออมสิน ได้ทำดอกเบี้ย 0% ให้กับทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยสินเชื่อบุคคล ให้กู้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย ดอกเบี้ยปีแรก 0% ปีที่ 2 และปีที่ 3 คิด 1 % นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเอสเอ็มอี วงเงินต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยคิดดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้นดอกเบี้ยปกติ

“ชาติชาย พยุหนาวีชัย “ผู้อำนวยการธนาคารออมสินบอกว่า แพ็จเกจของธนาคารไม่ได้ขอให้รัฐบาลชดเชย เพียงแต่ขอไม่ให้คิดในส่วนของหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล เนื่องจากการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงนี้ มีความเสี่ยงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องซอฟท์โลน คาดว่าคงไม่จำเป็นต้องมี เพราะผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว

       ขณะที่เอสเอ็มอีแบงก์ แม้ว่าจะไม่มีดอกเบี้ย 0% แต่ก็พยายามทำดอกเบี้ยให้ต่ำกว่า 4% ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด ต่ำกว่าสินเชื่อ Policy Loan หรือซอฟท์โลนช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยได้เตรียมวงเงินไว้กว่า 5 พันล้านบาท

ส่วนธนาคารอื่นๆ ก็ทยอยส่งมาตรการสินเชื่อมาให้สศค.แล้ว ซึ่งก็ต้องติดตามดูว่าทางสศค.พอใจกับมารตรการที่แบงก์ต่างๆ เสนอมาหรือไม่ ซึ่งหากพอใจไม่ต้องมีการปรับแก้ไข คาดว่าจะได้จะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณาในการประชุมวันนี้ (17 ม.ค.)

 .......................................

วรินทร์ ตริโน