วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าเป็นเพียงความหวัง

วานนี้ (11 ม.ค.) นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล

เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงตรวจเยี่ยม และรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของ บมจ.กสท โทรคมนาคม หนึ่งรัฐวิสาหกิจในความดูแล ซึ่งรัฐมนตรีคนแรกของกระทรวงดีอี มอง กสท เป็นองค์กรที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ โดยฐานะเป็นองค์กรใหญ่ที่มีขีดความสามารถช่วยเคลื่อนย้ายข้อมูลระดับโลก จากการที่ กสท มีขีดความสามารถที่ดี จะช่วยยกระดับความสามารถประเทศไปด้วยในตัว เนื่องจากจะเป็นประตู หรือเกตเวย์เพื่อตามเทคโนโลยี ซึ่งกระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนให้ กสท แข็งแกร่งขึ้น ในการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ คอมพิวติ้ง รวมถึงการเป็นสตาร์ทอัพเรื่องเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม

ครั้งนี้ นายพิเชฐ ได้ให้นโยบายแก่ กสท คือ ให้ดำเนินการตามนโยบายกับหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวงดีอี และให้บริการกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นเจ้าภาพที่ดีในการดำเนินกิจการร่วมกับพันธมิตรธุรกิจเอกชน เพราะทุกอย่างล้วนเป็นโอกาสของประเทศไทยในการเป็นประตูด้านดิจิทัลให้ภูมิภาค ให้เข้าใจแนวทางขับเคลื่อนองค์กรใน 1 ปีข้างหน้า ในส่วนที่เป็นดิจิทัลชุมชน โดยให้ กสท เข้ามามีบทบาทช่วยโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายเทคโนโลยีไปสู่ต่างประเทศ และด้านอีคอมเมิร์ซ อีกอฟเวิร์นเม้นท์ ต้องมองอนาคตว่าโลกเปลี่ยนเร็วมาก ดังนั้น กสท ต้องมีบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ดิจิทัลเกิดประโยชน์อย่างแท้ โดยมองในฝั่งเอเชียตะวันตกแล้วไทยมีศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ที่จะยกระดับการเชื่อมโยงทางกายภาพ และการเชื่อมโยงด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล คอนเน็คผ่านการลงทุนสร้างไฟเบอร์ออพติกใต้น้ำ พร้อมระบุให้ กสท และบมจ.ทีโอที ร่วมมือกันอย่างเป็นปึกแผ่น ทำงานร่วมกันมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วและต้องปรับปรุงแพลตฟอร์มการทำงานทั้งทางการค้า เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา และวัฒนธรรม ให้เกิดการมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (สตาร์ทอัพ) ในทุกอุตสาหกรรม

ส่วน พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม ได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมกันดำเนินธุรกิจระหว่าง กสท กับบมจ.ทีโอที โดย กสท ตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ (นิว บียู) ด้านอินเทอร์เน็ตออฟ ธิงส์ (ไอโอที) และสตาร์ทอัพ เพราะต้องการจะเป็นแพลตฟอร์มสมาร์ทซิตี้ ดิจิทัลชุมชน และธุรกิจโมบายซึ่งทำโครงการซับมารีน เพิ่มเติม 1 เส้นทาง เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยไอโอทีจะให้บริการกลางสำหรับหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ในการพัฒนาบริการอัจฉริยะสู่ประชาชน เพื่อรองรับคอนเซ็ปต์สมาร์ทซิตี้และไทยแลนด์ 4.0 ได้ครบวงจร 

ขณะที่ นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2559 ประมาณการว่า ทีโอที จะมีรายได้รวม 30,800 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายรวม 29,200 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักภาษีค่าเสื่อมประมาณ 1,617 ล้านบาท และประมาณว่าจะขาดทุนสุทธิ 5,800 ล้านบาท ซึ่งมีผลขาดทุนน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท คาดการณ์ปี 2560 ประเมินรายได้ 50,000 ล้านบาท ในกรณีที่ดีที่สุดมี น่าจะมีกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อม 5,000 ล้านบาท แต่ยังขาดทุนอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท เพราะมีภาระค่าเสื่อมโครงข่ายและทรัพย์สินทั้งหมด ปีต่อๆ ยังไม่ได้ประเมินว่าจะพลิกมามีกำไรหรือไม่ ขอพิจารณาเป็นรายปี

จะเห็นได้ว่า รัฐบาลตั้งความหวังไว้กับรัฐวิสาหกิจสื่อสารโทรคมนาคม ทั้งสองหน่วยงานเป็นอย่างยิ่ง พยายามหาหนทางช่วยเหลือให้อยู่รอด ซึ่งหน่วยงานทั้งคู่จะต้องพยายามพลิกฟื้นสถานะตัวเองให้กลับมาทำเงิน เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงองค์กรให้อยู่ได้ และเพิ่มขีดความสามารถให้เป็นเสาหลักด้านสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศ ไม่ใช่องค์กรอ่อนแรงเช่นที่ผ่านมา อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ กลายเป็นความหวังที่หลุดลอย