วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดเงินให้สินเชื่อปี2560 เติบโตที่ 4%

คงต้องยอมรับว่าปี 2559 เป็นอีกปีหนึ่งที่ยากลำบากของธนาคารพาณิชย์ในการผลักดัน

ผลการดำเนินงานและสินเชื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายทางธุรกิจที่กำหนด ภายใต้โจทย์สำคัญคือการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และการช่วยเหลือลูกค้าในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น อัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 2559 จึงมีแนวโน้มที่จะปิดปีด้วยอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ มาอยู่ที่ระดับประมาณ 2.5% (เดิม คาดการณ์ที่ 4.0%) ซึ่งนับเป็นการชะลอตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 5

อย่างไรก็ดี เมื่อมองต่อไปในปี 2560 แล้ว เชื่อว่าทิศทางการเติบโตของสินเชื่อคงปรับตัวดีขึ้นมาที่ประมาณ 4.0% (กรอบการเติบโต 3.0-5.0%) หรือเพิ่มขึ้นราว 3.4-5.6 แสนล้านบาทจากปี2559 แม้จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เติบโตสูงกว่าเลขสองหลักก็ตาม โดยการเติบโตของสินเชื่อที่ดีขึ้นในปี 2560 ดังกล่าว สะท้อนอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการลงทุนของทั้งภาครัฐและเอกชน การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน รายได้เกษตรที่ทยอยฟื้นตัว รวมถึงปัจจัยพิเศษบางประการ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมสำหรับสินเชื่อธุรกิจและครัวเรือนให้มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นในช่วงระหว่างปี ดังนี้

สินเชื่อรายย่อย…นำการเติบโตของสินเชื่อรวม โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าสินเชื่อรายย่อยในปี 2560 จะมีอัตราเติบโตที่ 5.5% (กรอบคาดการณ์ 4.5 – 6.5%) ตามแรงหนุนสำคัญจากสินเชื่อเช่าซื้อที่คาดว่าจะพลิกจากโอกาสที่จะหดตัวเล็กน้อย หรือไม่มีอัตราการเติบโต (0%) ในปี 2559 มาบันทึกอัตราการเติบโตที่เป็นบวกเล็กน้อยประมาณ 3% ในปี 2560 โดยมีอานิสงส์ส่วนหนึ่งจากความต้องการซื้อยานยนต์เชิงพาณิชย์สอดรับกับการขยายตัวของการลงทุนและทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศน่าจะกลับมาอยู่ในแดนบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ขณะเดียวกัน ก็มีแรงหนุนอีกส่วนหนึ่งจากการปลดภาระหนี้ของผู้เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรกที่น่าจะมีจำนวนกว่า 3.2 แสนราย หรือราว 30% ของผู้ที่เข้าโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคบางส่วน พิจารณาเปลี่ยนรถใหม่ได้

ขณะที่ ลูกค้ากลุ่มที่กำลังจะปลอดภาระรถคันแรกดังกล่าว น่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำคัญสำหรับสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นๆ ในปี 2560 โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันดังเช่นสินเชื่อหลังสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มมีแรงส่งของการฟื้นตัวที่ดีขึ้น อันน่าจะมีนัยที่ดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะข้างหน้า

กระนั้นก็ดี สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของสินเชื่อลูกค้ารายย่อยนั้น คาดว่าจะเห็นอัตราการเติบโตในระดับที่ไม่หนีไปจากภาพปี 2559 เนื่องจากยังไม่มีแรงหนุนพิเศษเพิ่มเติม อาทิ มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ จึงทำให้คาดว่าจะเห็นภาพอุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระดับทรงตัว อีกทั้งสินเชื่อกลุ่มนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้เสียที่ขยับขึ้นค่อนข้างเร็วกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการจะยังคงใช้นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวัง ส่วนแคมเปญการแข่งขันด้านราคา หรือการรีไฟแนนซ์ที่คาดว่าจะมีอยู่อย่างต่อเนื่องในปี 2560 นั้น แม้จะช่วยให้สถาบันการเงินผู้เล่น สามารถดึงส่วนแบ่งตลาดมาได้จากผู้เล่นรายอื่น แต่ก็คงไม่ได้หนุนภาพการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยรวม