วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนับสนุนปฏิรูปรถไฟ

รัฐบาลเตรียมผลักดันตั้งกรมขนส่งทางราง และจะมีการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย

(ร.ฟ.ท.) ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ เนื่องจากจะมีการแยกการกำกับดูแลและฝ่ายปฏิบัติหรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถออกจากกัน โดยแนวทางการปฏิรูปครั้งนี้เป็นนโยบายตั้งแต่เริ่มแรก เพียงแต่ด้วยความซับซ้อนและขั้นตอนต่างๆไม่ง่ายนัก จึงทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ข้อยุติว่าจะต้องมีการตั้งหน่วยงานกรมขึ้นมาดูแลและตัวร.ฟ.ท.เองต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่

ปัญหาของการปรับปรุงหรือปฏิรูปการรถไฟฯ เป็นประเด็นยืดเยื้อมานานข้ามมาหลายรัฐบาล และอาจกล่าวได้ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาค่อนข้างมากในเรื่องการบริหารจัดการ ทั้งในเรื่องโครงสร้างบุคลากรและการปรับปรุงการให้บริการเพื่อแข่งขันและหารายได้ ซึ่งปัญหาสามารถพิจารณาได้ง่ายๆโดยดูจากภาระหนี้สินที่เกิดขึ้น ซึ่งในงบการเงินเมื่อปี 2558 มีผลขาดทุนสะสมมากกว่าแสนล้านบาท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลในช่วงก่อนเคยอนุมัติงบประมาณล้างหนี้ให้มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ปัญหาก็วนกลับมาเช่นเดิม

แน่นอนว่าผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของหน่วยงาน ที่ให้บริการสาธารณะและเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่หากมีผลขาดทุนหรือต้องใช้งบประมาณอุดหนุนที่มากเกินไป อาจแสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในด้านการบริหาร และปัญหาเรื่องการให้บริการและบริหารของการรถไฟนั้นก็เป็นเรื่องที่รับรู้กันทั่วไป ซึ่งเมื่อไรก็ตาม รัฐบาลไหนมีนโยบายปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ชื่อของการรถไฟฯก็จะปรากฏอยู่อันดับต้นๆของการปฏิรูปมาโดยตลอด ดังนั้นจึงต้องติดตามว่าความพยายามปฏิรูปครั้งนี้ของรัฐบาลจะสามารถทำได้หรือไม่

รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดูเหมือนจะตั้งความหวังกับการรถไฟฯอย่างมากในเรื่องของการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆของระบบการขนส่งทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากการจัดซื้อขบวนรถและการอนุมัติงบประมาณพัฒนาระบบทางคู่ทั่วประเทศ โดยมีวงเงินวงประมาณจำนวนมากศาล ซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของระบบขนส่งทางราง เพราะเป็นระบบที่ถือว่ามีต้นทุนต่ำสุดในระบบขนส่งทั้งหมด

ที่สำคัญ นโยบายปฏิรูปการใช้ระบบรางยังมุ่งไปที่การให้บริการเดินทางของประชาชนด้วย จากนโยบายการสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงาน โดยมีโครงการจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมทุกภาคของประเทศ ซึ่งโครงการเหล่านี้มีความซับซ้อนและเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ในเรื่องการบริหารจัดการ ดังนั้นหากยังไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการรถไฟฯ ก็เป็นเรื่องยากมากที่โครงการเหล่านี้จะเดินหน้าไปอย่างราบรื่นได้ และหากยังมีปัญหาเช่นเดิมก็มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดภาระมหาศาลในอนาคต

การปฏิรูปการรถไฟครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยหวังว่าการปฏิรูปจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและมีความเข้มข้นพอสมควร เพื่อไม่ให้เกิดอาการสะดุดระหว่างทาง เพราะนั่นจะเกิดความเสี่ยงต่อรัฐบาลในอนาคตในเรื่องภาระการบริหารจัดการ และเราเชื่อว่าการปฏิรูปในครั้งนี้ จะสามารถทำให้การรถไฟของไทยก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าในอาเซียนได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับระบบขนส่งอื่นๆแล้ว เราจะเห็นว่ามีเพียงการรถไฟเท่านั้นที่ยังล้าหลังสุด ในขณะที่การขนส่งประเภทอื่นพัฒนาไปไกลตามการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการปฏิรูปยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไร การรถไฟก็จะให้คืนกับประเทศมากเท่านั้น